เทศกาลโอบ้ง (Obon Matsuri)

เทศกาลโอบ้ง

เทศกาลโอบ้ง เป็นเทศกาลวันหยุดยาวสำคัญของญี่ปุ่น  บริษัทห้างร้านต่างๆ จะกำหนดเป็นวันหยุดพักผ่อนช่วงหน้าร้อน ร้านค้าต่างๆ หยุดทำการ พนักงานและผู้บริหารทุกคนกลับบ้านเพื่อพบเจอหน้าครอบครัวที่จากกันไปนาน หรือบางครอบครัวอาจจะไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ช่วงนี้การจราจรไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไฟ รถบัส หรือเครื่องบิน คราคร่ำไปด้วยผู้คน เปรียบเสมือนช่วงสงกรานต์ของเมืองไทย แต่เหนือสิ่งอื่นใด นี่คือเทศกาลที่สมาชิกภายในครอบครัวและญาติพี่น้องจะมาพบเจอหน้ากัน และร่วมกันรำลึกถึงเหล่าบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

พิธีกรรมระลึกถึงผู้ล่วงลับของญี่ปุ่น

ระยะเวลาในการจัดเทศกาลโอบ้ง (Obon Matsuri | お盆祭り)  ตามหลักที่ ‘โตเกียว’ จะจัดระหว่างวันที่ 13 -16 กรกฎาคมเป็นเวลา 4 วัน ‘ภูมิภาคอื่น’ ทั่วประเทศจัดในวันที่ 13 – 16 สิงหาคม ดูเหมือนช่วงเวลาจะแตกต่างไปตามพื้นที่ แต่เล่าสืบขานกันมาว่ามีเพียงช่วงเวลาสั้นๆ นี้เพียงเท่านั้น ที่วิญญาณบรรพบุรุษจะกลับมายังโลก และเพื่อให้บรรพบุรุษกลับมาโลกอย่างราบรื่น แล้วกลับสู่ภพโน้นอย่างสบายใจ ในช่วงเทศกาลโอบ้งจึงมีการเตรียมการต่างๆ นานา


ประวัติความเป็นมา 

ในสมัยพุทธกาล พระโมะกุเร็ง หรือพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นพระผู้ยิ่งใหญ่เหนือใครในโลก เป็นผู้กำพร้ามารดา ต่อมาได้บวชเป็นพระภิกษุ และฝึกสมาธิตนเองจนสามารถเห็นนรกเห็นสวรรค์ ครั้นได้ท่องไปในเมืองนรกได้พบกับมารดาของตนเอง กำลังตกระกำลำบากต้องอดๆอยากๆน่าเวทนา เมื่อพระโมะกุเร็งมีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จึงได้เล่าเรื่องราวที่ได้พบมารดาของตนให้แก่พระพุทธเจ้าเพื่อให้พระพุทธเจ้าได้ชี้ทางช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานของมารดา เมื่อได้ฟังเรื่องราวพระพุทธเจ้าได้กล่าวแก่พระโมะกุเร็งว่า “ดูกรโมะกุเร็ง ไม่ใช่ว่าจะคิด ช่วยแต่เฉพาะคนคนเดียว ไม่ใช่ว่าจะคิดช่วยแต่แค่มารดาของตนแต่เพียงอย่างเดียว จงคิดช่วย ไปถึงบุคคลอื่นๆ ทุกคนที่ได้ตายไปครั้งก่อนๆ ที่ไม่ใช่ญาติของเราก็ตาม ท่านจงอุทิศส่วน กุศลและแผ่เมตตาให้กับเขาเหล่านั้นทุกคนเสียด้วย”

เรื่องราวของพระโมะกุเร็งทำให้เกิดเทศกาลโอบ้งขึ้นในวัฒนธรรมญี่ปุ่น อันมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่จะปฏิบัติต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว คือ ต้อนรับ กินอาหาร พักผ่อน และส่งกลับ ในการต้อนรับดวงวิญญาณอาจแตกต่างกันในแต่ละครอบครัวเกี่ยวกับสถานที่ เช่น ท่าน้ำ หน้าบ้าน หรือที่สุสาน


กิจกรรมและพิธีต่างๆในช่วงเทศกาลโอบ้ง

12 สิงหาคม “เตรียมการต้อนรับบรรพบุรุษ”

เทศกาลโอบ้งรูปภาพโดย https://commons.wikimedia.org

อันดับแรกในวันก่อนเริ่มเทศกาลโอบ้ง จะมีการประดับแตงกวากับมะเขือม่วงเสียบตะเกียบหรือไม้จิ้มฟันซึ่งเรียกว่า “ม้าวิญญาณ”

โดยแตงกวาสื่อถึงม้าและมะเขือม่วงสื่อถึงวัว แฝงความรู้สึกว่า “อยากให้ผู้ล่วงลับขี่ม้ากลับมายังโลกนี้โดยเร็ว หลังจากนั้นจึงค่อยๆขี่วัวกลับสู่ภพโน้น”


13 สิงหาคม “ไฟต้อนรับ”

เทศกาลโอบ้ง

รูปภาพโดย iScene/scenic-scenery on Flickr

ในวันที่ 13 สิงหาคมซึ่งเป็นวันเริ่มเทศกาลโอบ้ง  จะมีการหักก้านกัญชากองสุมกันเรียกว่า “โองาระ” แล้วก็จุดไฟ ว่ากันว่าบรรพบุรุษจะขี่ควันจากดวงไฟนี้กลับมายังโลก เนื่องจากควันช่วยให้กลับบ้านได้โดยไม่หลงทาง ควันนี้จึงทำหน้าที่คล้าย “ป้ายบอกทาง”


วันที่ 14 – 15 สิงหาคม “เคารพหลุมศพ”

ตามหลักแล้วในช่วงนี้ ผู้คนมากมายจะไปเคารพหลุมศพพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ทำความสะอาดหลุมศพและวางดอกไม้ จุดธูปและรดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

จากนั้นครอบครัวหรือญาติพี่น้องก็จะมารวมตัวกันรับประทานอาหารและใช้เวลาร่วมกัน เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนจะได้ระลึกถึงผู้ล่วงลับตามความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน


วันที่ 16 สิงหาคม “ไฟส่งวิญญาณ”

เทสกาลโอบ้ง

รูปภาพโดย detch on Flickr

วันสุดท้ายของเทศกาลโอบ้ง ในวันนี้จะมีการอำลาบรรพบุรุษอีกครั้ง จะจุดโองาระเหมือนกับไฟต้อนรับในวันแรก โดยเชื่อว่าผู้ล่วงลับจะสามารถกลับไปอีกภพหนึ่งอย่างราบรื่นด้วยควันไฟนั้น

เทศกาลโอบ้ง

รูปภาพโดย masatoshi_ on Flickr

ในฤดูนี้ของทุกปี ที่เกียวโตจะมีงาน “ไฟส่งวิญญาณห้าขุนเขา” อันโด่งดัง ซึ่งจะจุดไฟเป็นรูปตัวอักษรขนาดใหญ่หรือรูปโทริอิ (ประตูศาลเจ้า) เปลวไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในฤดูร้อนได้กลายเป็นบทกวีซึ่งขับขานถึงฤดูร้อนของเกียวโต

เทศกาลโอบ้ง

รูปภาพโดย MIKI Yoshihito on Flickr

และตามท้องถิ่นส่วนหนึ่งจะมีการจัดพิธีกรรมอันเป็นประเพณีที่เรียกว่า “การลอยวิญญาณ” โดยจะลอยดอกไม้หรือของไหว้ออกสู่ทะเลหรือแม่น้ำ ถือเป็นไฟส่งวิญญาณประเภทหนึ่ง

แม้การจากลากับบรรพบุรุษที่กลับมายังโลกอีกครั้งจะอบอวลด้วยบรรยากาศน่าเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็สามารถรับชมภาพอันงดงามราวกับความฝันได้

เทศกาลโอบ้ง

รูปภาพโดย –Mark– on Flickr

และที่ลืมไม่ได้ในเทศกาลโอบ้งคือ “รำวงบงโอโดริ” เป็นรำวงอุทิศส่วนกุศลและต้อนรับวิญญาณที่กลับมายังโลก ในปัจจุบันในความหมายทางศาสนาดังกล่าวได้จางหายไป และกลายเป็นงานรื่นเริงที่ไว้ส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับด้วยรอยยิ้ม


เมื่อลองคิดทบทวนอีกรอบ “โอบ้ง” เป็นพิธีกรรมที่แสนเศร้า แต่เมื่อระลึกถึงคนสำคัญผ่านเทศกาล “โอบ้ง” ความทรงจำที่เคยลืมเลือนมาจนถึงตอนนี้ก็น่าจะฟื้นคืนกลับมาภายในความทรงจำมิใช่หรือ

และในช่วงเทศกาลโอบ้งนั้น หลายครัวเรือนที่ปกติคนในครอบครัวและญาติพี่น้องที่ต่างคนต่างอยู่คนละทิศคนละทาง ก็จะได้มารวมตัวกันในที่ใดสักแห่งหนึ่ง เมื่อมีเทศกาลรำวงบงโอโดริจัดขึ้นในแต่ละท้องถิ่น ก็ไม่ได้มีบรรยากาศอันโศกเศร้า หากแต่มีบรรยากาศอันครื้นเครงอบอวลอยู่ด้วยคือเทศกาลโอบ้งของญี่ปุ่น

แม้ร่างกายผู้อันเป็นที่รักได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ตัวตนของพวกเขาก็ไม่ได้จากไปไหนไกลจากเราเลย หากว่ายังคงจดจำคนผุ้นั้นไว้อยู่ภายในใจมิรู้ลืม นั่นหมายความว่าผู้ที่จากไปล้วนมีชีวิตอยู่ภายในความทรงจำของทุกๆคนมิใช่หรือ

ที่มาของข้อมูล : https://matcha-jp.com https://th.wikipedia.org/


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -