เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)
MENUMENU

เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น (JAPAN TRAVEL) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

【10 เครื่องรางญี่ปุ่นที่ควรมีไว้ติดบ้าน】ชิ้นไหนให้โชคด้านไหนบ้างนะ?

August 24, 2018 Japan Updates, Trend, jptripadm

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^


สวัสดีค่า~~ สำหรับหนก่อนทาง jp-trip ได้นำเสนอเรื่อง【♥30 เครื่องรางแห่งรัก♥】กันไปแล้ว มีผู้ที่สนใจมากมายเลยทีเดียว ต้องขอขอบคุณด้วยนะคะ♥ (สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถติดตามอ่านกันได้นะคะ มี 2 part ด้วยกันค่ะ อ่านได้ที่นี่เลยค่า =>> Part1 , Part2 ) หนนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเครื่องรางอีกเช่นเดิมค่ะ!! แต่เป็นเกี่ยวกับด้านอื่นๆ ในชีวิตบ้าง (เพราะมีคนแอบมากระซิบถามว่า ไม่มี “เครื่องรางนำโชค” เกี่่ยวกับการเงินบ้างหรือ อันนี้ก็อยากได้เหมือนกันนะคะ~ > < )

สำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น และอยากซื้อเครื่องรางญี่ปุ่น ที่นำโชคด้านต่างๆ มาสู่ชีวิต เครื่องรางนำโชค ญี่ปุ่น ชิ้นไหนที่ควรจะมีติดบ้านไว้บ้าง ชิ้นไหนมีความหมายถึงอะไร ของเชิญอ่านกันได้เลยค่า

1. The Koi Fish (ปลาคาร์พ)

ปลาคาร์พ (หรือในภาษาญี่ปุ่นออกเสียว่า “โค่ย (Koi)” ) พูดมาถึงตรงนี้ บางคนกำลังนึกว่าจะเข้าสู่ในเรื่องของความรัก (ความรัก ในภาษาญี่ปุ่นก็ออกเสียงว่า “โค่ย (Koi)” เหมือนกันค่ะ สองสิ่งนี้มักถูกยกมาเล่นในฐานะเป็นคำพ้องเสียงกัน แต่ไม่ใช่หรอกนะคะ หนนี้ไม่ได้จะมาเล่นคำพ้องเสียงค่ะ จริงๆ แล้วเจ้าปลาคาร์พเนี่ยในความเชื่อของประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างจะได้รับความสำคัญอละการเคารพนับถืออยู่นะคะ ซึ่งหากว่าได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็มักจะได้เห็นในบ่อน้ำ หรือตามแม่น้ำที่อยู่โดยรอบหรือในพื้นที่บริเวณของวัดและศาลเจ้า จะมีเหล่าปลาคาร์พแหวกว่ายไปมาอวดสีสันที่สวยงาม จนต้องเผลอหยุดมองในความสวยงามนั้น

ปลาคาร์พในความเชื่อของคนญี่ป่น ถือว่าเป็นสัตว์นำพา โชคดี ความสุข และสุขภาพที่แข็งแรง ค่ะ และด้วยนิสัยของปลาคาร์พ จะเป็นปลาที่ว่ายทวนกระแสน้ำ จึงกายมาเป็นสัญลักษณ์ “ความความกล้าหาญ” และ “ความมุ่งมั่น” อีกด้วย! (นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันว่า หากปลาคาร์พตัวไหนที่ว่ายทวนกระแสน้ำไปจนถึงยอดเขาได้เมื่อไร เมื่อนั้นปลาคาร์พตัวนั้นก็จะกลายมาเป็นมังกรด้วยล่ะค่ะ ในเกม “โปเกมอน (Pokémon)” เจ้า “คอยคิงส์ (Koikings -コイキング)” โปเกมอนที่สุดแสนจะไร้ประโยชน์เอามากๆเลย แต่สร้างโดยอิงจากตำนานเรื่องนี้  ถึงสามารถพัฒนาร่างมาเป็น “เกียราดอส (Gyarados – ギャラドス)” ที่มีรูปร่างเป็นมังกรสุดเก่งได้ยังไงล่ะคะ ^^)

นอกจากนี้แล้วปลาคาร์พมักจะถูกทำเป็นลวดลายบนชุด “กิโมโน (Kimono)” สำหรับผู้ชาย ใน “เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (Tano no Sekku)” ซึ่งจัดในวันที่ 5 พ.ค. ของทุกปีอีกด้วย (วันเด็กผู้ชายคือวันเด็กประจำชาติของญี่ปุ่นค่ะ ที่ญี่ปุ่นจะมี “วันเด็กผู้ชาย” กับ “วันเด็กผู้หญิง (Hina Matsuri)” แต่วันเด็กของชาติญี่ปุ่นจะตรงกับวันเด็กผู้ชายนะคะ) โดยทุกๆ บ้านที่มีลูกชายต่างก็จะพากันตั้ง “ธงปลาคาร์พ (Koinobori)” ที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้ ก็จะได้เห็นธงปลาคาร์พโบกพริ้วไสวไปตามสายลม เป็นภาพที่น่ามองอีกภาพหนึ่งเลยล่ะค่ะ สำหรับทางความเชื่อแล้ว เพื่อเป็นการขอพรเพื่อให้ลูกชายของบ้าน มีโชคมีลาภ และที่สำคัญคือ ขอให้เด็กน้อยเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง ค่ะ!


2. The Frog (กบ)

 

A post shared by とんぼ玉のんか (@nonnka00) on

หลายๆ คนคงอาจจะสงสัย กบดูสุดแสนจะธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ นี่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์นำโชคด้วยหรือ?! แต่ช้าก่อนค่ะ สำหรับความเชื่อของญี่ปุ่นแล้ว กบนี่ถือว่าเป็นสัตว์นำโชคตัวหนึ่งเลยนะคะ! โดยมีความเชื่อว่าจะนำพาโชคดีมาให้ผู้เป็นเจ้าของ นอกจากนี้ คำว่ากบในภาษาญี่ปุ่นนั้น ออกเสียงว่า “คาเอรุ (kaeru)” ซึ่งเป็นคำพ้องเสียงกับคำในอีกความหมายหนึ่งค่ะ ก็คือ “การกลับมา” ดังนั้นกบจึงเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของผู้ที่เดินทางจากบ้านไป จะหวนคืนกลับมาได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง จึงเกิดเป็นความเชื่อที่ว่า หากว่าพกเครื่องรางรูปกบใส่ไว้ในกระเป๋า ก่อนที่จะต้องออกเดินทาง ไม่ว่าจะออกเดินทางไปทำธุรกิจ หรือไปท่องเที่ยว หรือด้วยกิจธุระอื่นใดก็แล้วแต่ มันจะเป็นเครื่องรางที่จะช่วยปกป้องคุ้มครอง ให้คนผู้นั้นสามารถเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดกัยค่ะ!


3. The Owl (นกฮูก)

 

A post shared by Pump jung (@pump.jung) on

นกฮูก หรือในภาษาญี่ปุ่นอ่านออกเสียงได้ว่า “ฟุคุโร่ (Fukurou)” เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ “ไร้อุปสรรค” และ “โชคดีที่กำลังมา” หากว่าไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ตามย่านชานเมืองแล้ว ก็จะสังเกตได้ว่าตามสวนต่างๆ นั้น มักจะมีกระถาง “เซรามิก (Ceramic)” หรือรูปปั้นเป็นรูป “นกฮูก” ซึ่งเป็นความเชื่อว่า นกฮูกเหล่านี้จะช่วยปกป้องไม่ให้ชีวิตของครอบครัวจะต้องประสบกับความยากลำบาก นอกจากนี้ ด้วยความหมายเช่นนี้เอง จึงมีศาลเจ้าบางแห่ง และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ได้ทำเครื่องประดับ และเครื่องราง ออกมาเป็นรูปนกฮูกให้ได้หาซื้อกันเป้นที่ระลึก และเพื่อเป็นเครื่องรางขอให้ชีวิตอย่าได้พบเจออุปสรรค หรือความยากลำบากใดๆ เลยด้วยค่ะ


4. The Beckoning Cat (แมวกวักนำโชค)

 

A post shared by kona-suzume. (@rene.mag.cimes1943) on

“แมวกวักนำโชค” หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Maneku Neko” (maneku แปลว่า การเชิญ หรือการเรียก ส่วน neko นั้นมีความหมายแปลว่า แมว ) คิดว่าสิ่งนี้น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาคนไทยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วนะคะ ^^ เพราะค่อนข้างเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายไม่ใช่แค่เพียงเฉพาะในประเทศญี่ป่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้ว “แมวกวักนำโชค” มักจะทำมาจากเซรามิก พลาสติก หรือ โลหะ ซึ่งมักจะตั้งวางอยู่ตรงทางเข้าร้านขายของ โดยจะมีอยู่หลากหลายสีด้วยกัน โดยที่แต่ละสีนั้นก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป ดังนี้ 

สีขาว: ความบริสุทธิ์และความเป็นนิรันดร์
สีดำ: ปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย
สีทอง: ความร่ำรวยและความมั่งคั่ง
สีแดง: ชีวิตแต่งงาน ความรัก และเรื่องส่วนตัวอื่นๆ 
สีเขียว: การศึกษาและสุขภาพ
สีชมพู: ความรัก โรแมนติค
สีเหลือง: ความมั่นคง สุขภาพ และความสัมพันธ์

“แมวกวักนำโชค” มีความโดดเด่นอยู่ที่จะยกขาหน้า ข้างขวา หรือ ข้างซ้าย ขึ้นมาทำท่ากวัก รู้หรือไม่คะว่าการยกขาสองข้างนี้มีความหมายแตกต่างกันอยู่ด้วย ข้างขวานั้นจะกวักเรียกเงิน และความเจริญรุ่งเรืองทางด้านธุรกิจ ส่วนข้าวซ้ายนั้นจะกวักเรียกเชิญชวนผู้คน ลูกค้าเข้าร้านค่ะ จึงอาจจะกล่าวได้ว่า สำหรับด้านธุรกิจโดยทั่วไปแล้วนั้น จะเลือก “แมวกวักนำโชค” ที่ยกขาข้างขวา แต่สำหรับธุรกิจจำพวกร้านอาหาร สถานบังเทิงยามค่ำคืน เช่นพวกผับ บาร์ หรือย่านสถานเริงรมย์ หรือเกอิชา จะเลือก “แมวกวักนำโชค” ที่ยกขาซ้ายค่ะ! ครั้งหน้าที่คุณได้พบเห็น  อยู่ที่ไหน ลองสังเกตดูสิคะว่ามันยกขาไหนขึ้นอยู่


5. The Daruma Doll (ตุ๊กตาดารุมะ)

“ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” โดยส่วนใหญ่จะมีสีแดงอมชมพู กับใบหน้าของชายผู้มีขนคิ้วหนา และหนวดงอนเฟิ้ม โดยปกติแล้วจะทำมาจาก “กระดาษ” หรือ “เซรามิค” ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นแล้ว “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” จะนำโชคในด้าน ความรัก ความกล้าหาญ และอำนาจ แต่ว่านอกจากสีแดงแล้วยังมีสีอื่นๆ อีกนะคะ โดยหลักๆแล้วจะมี 5 สีเด่นๆด้วยกันค่ะ ซึ่งแต่ละสีก็มีความหมายแตกต่างกันออกไปด้วย ดังนี้

สีแดง: โชคดี
สีม่วง: สุขภาพดี และอายุยืนยาว
สีเหลือง: ความปลอดภัย และการปกป้องคุ้มครอง
สีทอง: ความร่ำรวย และความมั่งคั่ง
สีขาว: ความรักและความกลมเกลียว

สิ่งที่ควรรู้ก็คือ “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” นั้น ตอนที่เราได้มา มันจะไม่มีดวงตาล่ะค่ะ!! แล้วมันจะเกี่ยวกับการนำโชคตามความเชื่อญี่ปุ่นได้ยังไงกันนะ ก่อนอื่นเลย จะแนะนำวิธีการใช้ตุ๊กตาดารุมะให้ทราบกันนะคะ ^^ เพื่อที่ว่าคำอธิษฐานของคุณจะได้สมหวัง <3

  1. เลือก “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” ตามสีที่ตรงกับคำอธิษฐานหรือเป้าหมายของคุณ
  2. ตั้งมั่นอธิษฐานสิ่งที่คุณต้องการ แล้ววาดตาข้างหนึ่งลงบนหน้าของ “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)”
  3. วาง “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” ไว้ในบ้าน หรือที่ทำงาน ในจุดที่ที่คุณสามารถมองเห็นได้ เพื่อให้คุณยังคงจดจำเป้าหมายของคุณไว้ตลอดเวลา แน่นอน คุณก็จะสู้เพื่อเป้าหมายของคำอธิษฐานของคุณด้วย
  4. เมื่อเป้าหมายของคุณสำเร็จแล้ว ก็ให้วาดตาข้างที่เหลือให้กับ “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” แล้วกล่าวคำขอบคุณ
  5. เขียนเป้าหมายที่คุณทำได้ลงบนรูปหัวใจที่อยู่ด้านหลัง “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” ก็เป็นอันเสร็จสิ้น! ถึงเวลาเริ่มต้นกับ “ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)” ตัวใหม่แล้วล่ะ

6. The Crane (นกกระเรียน)

นกกระเรียน (หรือในภาษาญี่ป่นอ่านว่า “สึรุ (Tsuru)” มักจะถูกพบเห้นอยู่บ่อยๆ ตามภาพวาด และเครื่องรางนำโชคต่างๆ ความเชื่อเกี่ยวกับนกกระเรียนนี้ค่อนข้างมีความเกี่ยวโยงเป็นอย่างมากกับ “วันปีใหม่” กับ “การแต่งงาน” ชุด “กิโมโน (kimono)” แต่งงานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ก็จะมีลวดลายปักเป็นรูปนกกระเรียน ทั้งนี้เพราะว่านกกระเรียนนั้นเมื่อพวกมันได้จับคู่กันแล้ว พวกมันก็จะเป็นคู่อยู่เคียงข้างกันตลอดไป จึงเป็นความหมายที่ดีสำหรับการแต่งงานค่ะ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า หากพับนกกระเรียนกระดาษได้ครบ 1,000 ตัว ก็จะสามารถทำให้คำอธิษฐานเป็นความจริงได้อีกด้วย


7. Daikokuten (ไคโคคุเทน)

“ไดโคคุเทน (Daikokuten)”  เป็นหนึ่งใน เจ็ดเซียนแห่งญี่ปุ่น ( Fukujin) มีความเชื่อว่า นำพาโชค เป็นเทพแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ความร่ำรวย การเป็นอยู่ที่ดี มั่งมีศรีสุข เปรียบเสมือนพระศิวะ (อินเดีย) หรือเจ้าแม่กาลี (ฮินดู) นั่นเอง ที่ญี่ปุ่นตามบ้านเรือน หรือร้านค้าต่างๆ จะมีรูปปั้น “ไดโคคุเทน (Daikokuten)” เก็บไว้ และเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ที่นำความมั่งคั่งและความโชคดีค่ะ


8. Hotei (โฮเทย์)

พระพุทธรูปหัวเราะหรือที่เรียกว่า “โฮเทย์ (Hotei)” โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะทำจากโลหะหรือเซรามิค สีที่เป็นที่นิยม ได้แก่ ทองคำขาวที่มีห่วงลูกปัดอยู่ในมือข้างเดียว และมีกระเป๋าขนาดใหญ่บนไหล่ รูปปั้นพระพุทธรูปที่มีรูปร่างอ้วนและร่าเริงนี้ เชื่อว่าจะนำโชคดีโชคดี และสุขภาพที่ดี ให้ผู้ที่ครอบครอง โดยส่วนใหญ่แล้วตามบ้านเรือนและร้านค้าต่างๆ ก็จะมีเก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคลกับทุกชีวิตภายในบ้าน นอกจากนี้แล้ว “โฮเทย์ (Hotei)” ยังเป็นหนึ่งใน เจ็ดเซียนแห่งญี่ปุ่น ( Fukujin) อีกด้วยค่ะ


9. The Omamori (เครื่องราง)

“โอมาโมริ (Omamori)” เป็นเครื่องรางที่มีฝาปิดทำด้วยผ้าไหมสไตล์ญี่ปุ่น พวกเขาใส่คำอธิษฐานที่เขียนลงบนกระดาษหรือบนชิ้นไม้ที่เก็บไว้ภายใน  คำว่า “มาโมรุ (Mamoru)” ภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “เพื่อปกป้อง” ดังนั้นแล้ว “Omamori” จึงหมายถึง “การปกป้องคุ้มครอง” นั่นเอง เราสามารถเห็นเครื่องรางรูปแบบนี้ในสีที่แตกต่างกัน และหลากหลายรูปทรงตามร้านขายของภายในศาลเจ้าส่วนใหญ่ และตามวัดต่างๆ โดยแต่ละที่อาจจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป พวกเขาเชื่อว่าเครื่องรางพวกนี้จะนำโชคดี ช่วยปกป้องุ้มครองให้ปลอดภัย และช่วยให้มีโชคลาภ มีความเชื่อกันว่าหากแกะเปิดถุงเครื่องรางแล้ว โชคทั้งหมดจะหลุดลอยออกไป จึงเป็นที่รู้กันว่าห้ามแกะถุงเครื่องรางเป็นอันขาด


10. The Matsu (กิ่งสน)

“มัตสึ (Matsu)” หรือ “ต้นสน” นั้น สามารถพบเห็นได้ตามสวนญี่ปุ่นหลายแห่ง ต้นสนนั้นเป็นไม้ที่จะมีใบเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี และสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้แม้จะต้องผ่านฤดุหนาวอันแสนเลวร้าย  จึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของโชคดี และการมีอายุยืนยาว ในช่วงปีใหม่จะมีการจัดเตรียมไม้สน ไม้ไผ่ และพลัมเพื่อทำ “คาโดมัตสึ (Kadomatsu)” ซึ่งจะถูกวางไว้ที่ทางเข้าของบ้าน หรือสำนักงาน และวัดเพื่อต้อนรับปีใหม่ ต้นไม้เหล่านี้ทั้งหมดถือเป็นสิ่งที่เรียกแห่งความโชคดีให้เข้ามาสู่บ้านหรือสำนักงานนั้นๆ


จบแล้วล่ะค่ะ สำหรับ 10 เครื่องรางนำโชคของญี่ปุ่น ที่ควรจะมีไว้ครอบครอบหรือไว้ประดับบ้านสักชิ้นหรือสองชิ้น (หรือจะมีทั้งหมดเลยก็ไม่ได้มีความเสียหายอะไรนะคะ ^^ ) เพราะว่าทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อว่า “เครื่องรางญี่ปุ่น” เหล่านี้ จะเป็นตัวที่เรียกหาความโชคดี ทั้งในด้านคามรัก การเงิน สุขภาพ ให้มาหาผู้ที่เป็นเจ้าของ แต่อย่างไรแล้ว ก็อย่าลืมลงมือทำด้วยตนเองควบคู่ไปด้วยนะคะ ถ้าอยากมีเงินก็ต้องขยันทำงาน ถ้าอยากได้คะแนนดีๆ ก็จำเป็นจำต้องตั้งใจเรียน  และหากอยากมีอายุยืน ก็ควรดูแลรักษาสุขภาพของตนเองด้วยค่ะ อย่างที่เขาว่ากันว่า ลงมือทำ 99% ที่เหลืออีก 1% เป็นเรื่องของโชคชะตายังไงล่ะคะ ^^

ถ้าใครมองหาของฝากที่มีความหมายกับผู้รับ ก็ลองเลือกได้จากรายการด้านบนนี้ดูก็ได้นะคะ น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้รับอยู่บ้างนะคะเพราะนั่นคือการมอบความปรารถนาดีให้ ครั้งนี้จบเพียงแค่นี้ ครั้งหน้าจะนำเสนอในเรื่องไหน ขอให้ติดตาม jp-trip เอาไว้เสมอด้วยนะคะ~~

ข้อมูลและรูปภาพจาก : jpninfo.com

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^

Tag :

RANKING


TREND


FAMOUS


RELATED POST


Previous

Next


แสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลยน๊า...


- MAY YOU ALSO LIKE THIS -


รับสมัครจดหมายข่าว

กรุณาระบุอีเมลเพื่อลงทะเบียนรับจดหมายอัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนใครได้แล้วตอนนี้!