เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)
MENUMENU

เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น (JAPAN TRAVEL) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

【5 จุดแคมปิ้ง】อยากเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ ที่ไหนน่าตั้งแคมป์บ้างนะ?!

August 6, 2018 Japan Updates, jptripadm

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^


หลังจากท่องเที่ยวตามเมืองใหญ่ๆ กันมาบ่อยแล้ว อยากออกไปสัมผัสธรรมชาติดูบ้างไหมคะ อยากหลบหลีกความวุ่นวายของตัวเมืองใหญ่ๆ อย่างมหานครเมืองโตเกียว ที่มีผู้คนพลุกพล่านกันเรียกว่าติดอันดับโลกเลย แล้วไปตั้งแคมป์สัมผัสกับสายลมบริสุทธิ์ ท่ามกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม แต่ทริปท่องเที่ยวญี่ปุ่นหนนี้ จะมีที่ไหนเหมาะกับการตั้งแคมป์บ้างนะ? วันนี้มาแนะนำ 5 จุดแคมปิ้งที่น่าสนใจ ที่ไม่ไกลไปจากเมืองโตเกียวมากนัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง สำหรับนักท่องเที่ยวผู้รักในธรรมชาติค่ะ มีที่ไหนบ้างนั้นมาดูกันเลย~~!!

1. Nagatoro Auto Camp-jo (Saitama)

ที่นี่จัดว่าเป็นจุดตั้งแคมป์ในอุดมคติสำหรับมือใหม่เลยล่ะค่ะ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ได้ต้องการบรยากาศแคมป์ที่ต้องเซอร์ไววัลกันมากนัก ถือว่าเป็นจุดที่กำลังสบายๆ ชิลๆ เที่ยวชมธรรมชาติ และชีวิตการตั้งแคมป์ไม่ได้ลำบากเกินกว่าระดับมือใหม่ สำหรับที่แคมป์ “Nagatoro Auto Camp-jo” นี้อยู่ในจังหวัดชิชิบุ (Chichibu) ภูมิภาคไซตามะ (Saitama) 

ที่นี่เรียกได้ว่ามีการอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าผู้ที่มาตั้งแคมป์ได้ครบถ้วนเลยล่ะค่ะ ตั้งแต่มีร้านขนาดเล็กที่มีบริการให้เช่าอุปกรณ์สำหรับตั้งแคมป์ ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่ให้บริการพวกของอาหารเครื่องดื่มง่ายๆ ตู้ขายของอัตโนมัติ รวมไปจนถึงมีจุดสำหรับ “ตั้งเตาบาร์บีคิว” กันด้วยล่ะค่ะ แน่นอนว่ามีบริการเนื้อสำหรับทำบาร์บีคิวกันด้วยแบบไม่จำเป็นต้องเตรียมมาเองล่วงหน้าก็ยังได้ ถ้าไม่มีเต้นท์ หรือยังไม่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ ขนาดกางเต็นท์นอน ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะที่นี่มีบังกะโลให้เช่าด้วยค่ะ เรียกว่าครบครันจริงๆ แม้ว่าจะเป็นมือใหม่หัดท่องเที่ยวชมธรรมชาติ ก็ไม่ต้องมีเรื่องกังวลค่ะ!

 

A post shared by ツクミ🏕 (@tsukumi_o) on

นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้แล้ว สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นพิเศษคือทิวทัศน์ที่งดงาม ที่จุดตั้งเต็นท์แห่งนี้ คุณสามารถนั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ “อาราคาว่า (Arakawa)” ที่ไหลอยู่ระหว่างเทือกเขาที่สูงตระหง่าน ที่นี่ยังขึ้นชื่อในด้านเป็นจุดเล่นกีฬาทางน้ำ และสวรรค์ของนักปีกเขาอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม

สถานที่: 559-1 Ido, Nagatoro-cho, Chichibu District, Saitama Prefecture
ราคา: 1,500 – 38,000 เยน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณต้องการที่พัก
ช่วงเวลาเปิด: มีนาคม – กลางเดือนธันวาคม
เว็บไซต์: www.nagatoro-camp.com

แผนที่:


2. Wakasu Park Camping Ground (Tokyo)

อาจจะฟังดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่รู้ไหมคะว่าคุณสามารถตั้งแคมป์ได้ที่ริมแม่น้ำใจกลางกรุงโตเกียว!! Wakasu Park Camping Ground แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจาก “สถานีชิน-คิบะ (Shin-Kiba)” เป็นจุดที่คุณสามารถนั่งชมวิวทิวทัศน์ของ “อ่าวโตเกียว (Tokyo Bay)” ที่นี่เป็นที่ตั้งแคมป์กลางแจ้ง ที่คุณจะสามารถได้ชมวิวทิวทัศน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ และยังถือว่าเป็นสัญลัษณ์ที่โดดเด่นของเมืองโตเกียวเช่น ทิวทัศน์ของท้องทะเลอันงดงามของอ่าวโตเกียว โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท  สะพานโตเกียวเกต (Tokyo Gate) และแน่นอน สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “ภูเขาไฟฟูจิซัง (Fujiyama)” ก็ด้วยเช่นกันค่ะ!

 

A post shared by @hogejava on

หากคุณไม่มีเวลา หรือไม่ต้องการเดินทางไกลเกินไป ที่นี่เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการตอบสนองความต้องการของคุณในการท่องเที่ยวแบบ “แคมปิ้ง (camping)” โดยไม่มีการเตรียมข้าวของที่วุ่นวานมากนัก สถานที่แห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้บริการหลากหลาย เช่นเตาบาร์บีคิวส่วนกลาง ห้องครัว และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงมากมาย รวมทั้งสนามเทนนิส สนามกอล์ฟ และย่านการค้าชื่อดังอย่าง “Odaiba”

รายละเอียดเพิ่มเติม

สถานที่: 3-2-1 Wakasu, Koto-ku, Tokyo
ราคา: ไปเช้า – เย็นกลับ 300 เยน (สำหรับผู้ใหญ่), ตั้งแคมป์ค้างคืน: 600 เยน (สำหรับผู้ใหญ่)
ช่วงเวลาเปิด: เปิดตลอดทั้งปี ปิดวันอังคารและช่วงวันหยุดสิ้นปี
เว็บไซต์: www.tptc.co.jp/park/03_07

แผนที่:


3. The Farm (Chiba)

Glamping (‘glam’ camping – แกลมปิ้ง คือ ความหมายก็คล้ายๆ กับไป “แคมป์ปิ้ง (camping)” ที่เป็นการกางเต็นท์กันกลางป่า ต่างกันที่ “แกลมปิ้ง (glamping)” จะมีความหรูหรา สะดวกสบายกว่านั่นเอง) เป็นรูปแบบการพักผ่อนหย่อนใจที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก รวมทั้งที่นี่ในประเทศญี่ปุ่น เป็นการรวมตัวกัน ระหว่างข้อดีที่ดีที่สุดของการตั้งแคมป์ กับข้อดีที่ดีที่สุดของการเพลิดเพลินกับวันหยุดที่สุขสบายและหรูหรา ถือได้ว่าเป้นการใช้ชีวิตวันหยุดที่ win-win ทั้งสำหรับคนรักธรรมชาติ และเหล่าผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน The Farm ที่จังหวัด “ชิบะ (Chiba)” นั้นมีชื่อเสียงมาในฐานะที่เป็นจุดแกลมปิ้งที่ดีที่สุดในเขต “คันโต (Kanto)” จัดว่าเป็นสถานที่ในอุดมคติสำหรับแกลมปิ้งเลยล่ะค่ะ สำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่แกลมปิ้ง นอนเต๊นท์หรูๆ สบายๆ ชิคๆ วันหยุด ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ

 

A post shared by nyao (@nyattsu13) on

“The Farm” ตั้งอยู่ในจังหวัด “ชิบะ (Chiba)” ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นจุดตั้งแคมป์ระดับไฮเอนด์ (high-end) และแบบบ้านพักปกติ ที่นี่ยังมี “ออนเซ็น (onsen)” ธรรมชาติให้ลงแช่ผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้แล้ว ยังมีจุดตั้งเตาบาร์บีคิว และ “คาเฟ่ (café)” ที่เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่ทำมาจากผลิตผลจากในท้องถิ่น ที่นี่มีเต็นท์ครบชุด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ทำให้การแกลมปิ้งของคุณเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งหากคุณวางแผนจะไปเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆ หรืออยากไปผจญภัยกับการ “แคมปิ้ง” แต่ไม่ต้องการซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ในการตั้งเต็นท์ทั้งหมด

รายละเอียดเพิ่มเติม

สถานที่: 1309-29 Nishitabe, Katori-shi, Chiba
ราคา: 7,980 –  37,000 เยน สำหรับแกลมปปิ้ง, ถ้าต้องการตั้งแคมป์ตามปกติราคาจะถูกลง สามารถเช็คได้จากทางเว็บไซต์
ช่วงเวลาเปิด: เช็คได้ทางเว็บไซต์
เว็บไซต์: www.thefarm.jp

แผนที่:


4. Kouan Campsite (Yamanashi)

นั่งพักผ่อนหย่อนใจที่ริมฝั่งทะเลสาบ “โมโตสุ (Motosu)” พลางชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของ “ภูเขาไฟฟูจิซัง (Fujiyama)” ที่ Kouan Campsite แห่งนี้เป็น 1 ในสถานที่ตั้งแคมป์ที่ได้ชื่อว่ามีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างไกลจาก “โตเกียว (Tokyo)” มากนัก โดยจุดตั้งแคมป์นั้นถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนทิศเหนือ กับ ส่วนทิศใต้ จุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือส่วนเหนือ เพราะเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมวิวทิวทัศน์ที่ดีที่สุดของภูเขาฟูจิ และภาพสะท้อนบนผิวทะเลอันเงียบสงบของทะเลสาบ “โมโตสุ (Motosu)” ตรงจุดนี้เองที่เป็นภาพภูเขาไฟฟูจิ ภาพเดียวกันกับที่พบเห็นอยู่บนธนบัตร 1,000 เยนของญี่ปุ่นค่ะ

 

A post shared by M i c k e y ♡ (@mickeywang1030) on

ที่แคมป์แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นการละทิ้งความวุ่นวายและชีวิตในเมืองไว้เบื้องหลังอย่างแท้จริง แม้ว่าที่นี่จะมีเตาสำหรับทำบาร์บีคิว และบังกะโลให้บริการ แต่ทว่าที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ตั้งเต็นท์ให้เช่านะคะ ดังนั้นหากต้องการตั้งเต็นท์ที่นี่ จำเป็นจะต้องเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนการเดินทางค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม

สถานที่: 2926 Nakanokura, Minobu-cho, Minamikoma-gun, Yamanashi
ราคา: 600 เยนสำหรับผู้ใหญ่, 300 เยนสำหรับเด็ก ค่าเช่าบังกะโลมีตั้งแต่ 17,280 เยน ขึ้นไป (สำหรับ 6 คน)
ช่วงเวลาเปิด: 31 มีนาคม – 1 ธันวาคม
เว็บไซต์: http://kouan-motosuko.com/en/

แผนที่:


5. Hikawa Campground (Tokyo)

 

A post shared by とれろ (@torero_pingu) on

ที่ตั้งแคมป์ “Hikawa Campground” แห่งนี้จัดว่าเป็นจุดตั้งแคมป์ที่นิยมกันมากในบรรดาชาวเมืองในพื้นที่ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายนัก ที่นี่ตั้งอยู่ในเมือง “โอคุตามะ (Okutama)” และเป็นสถานที่พักผ่อนที่ยอดเยี่ยมในฤดูร้อน  โดยใช้เวลาเดินทางไม่นานจากเขตตัวเมืองของโตเกียว ที่นี่มีทิวทัศน์แม่น้ำที่สวยงามถึง 2 สาย คือ “แม่น้ำทามะ (Tama)” และ “แม่น้ำนิปปาระ (Nippara)” พื้นถูกปกคลุมด้วยหญ้าเขียวชอุ่ม และยังได้สัมผัสบรรยากาศของ “shinrin-yoku (การอาบน้ำกลางป่า)” เรียกได้ว่าดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

ที่ “Hikawa Campground” เรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมระหว่าง “แคมปิ้ง (camping)” กับ “แกลมปิ้ง (glamping)” คือยังคงได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะทียังมีพวกร้านสะดวกซื้อให้บริการ มีอุปกรณ์การทำบาร์บีคิวเตรียมไว้ให้ และมีอุปกรณ์สำหรับตั้งเต็นท์ให้เช่า สำหรับผู้ที่ไม่อยากเตรียมของมาจากบ้าน

รายละเอียดเพิ่มเติม

สถานที่: 702 Hikawa, Okutama-cho, Nishitama District, Tokyo
ราคา: เช้าไป – เย็นกลับ 600 เยน (สำหรับผู้ใหญ่), พื้นที่ตั้งเต็นท์ 800 เยน (ต่อคืน), ค่าเช่าบังกะโล 5,500 เยนขึ้นไป (สำหรับ 4 คน)
ช่วงเวลาเปิด: เปิดตลอดทั้งปี ยกเว้นวันที่ 28 ธันวาคม – 5 มกราคม
เว็บไซต์: www.okutamas.co.jp/hikawa

แผนที่:


หมดแล้วล่ะค่ะ สำหรับ 5 สถานที่ตั้งแคมป์แนะนำที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก ไหนๆ แล้วก็มีทริปเล็กๆน้อยๆ เป็นคำแนะนำสำหรับคนที่ตั้งใจจะไปตั้งแคมป์กันด้วยนะคะ ^^

Camping Tips

อากาศ

ฤดูร้อนในโตเกียวนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปี ทั้งเทศกาลต่างๆ มากมาย อากาศที่อบอุ่น (จนร้อนเกินไปในบางที) และเป็นช่วงเวลาที่สามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ แต่ด้วยคลื่นความร้อนล่าสุดและพายุไต้ฝุ่นประจำปีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ก็สามารถเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดได้ กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจเสมอก่อนการเดินทาง ให้คอยติดตามปรพกาศจากทางกรมอุตุนิยมวิทยา และเตรียมพร้อมสำหรับโรคระบาดในป่าที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ที่ตั้งแคมป์หลายแห่งยังปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาว

ควรวางแผนล่วงหน้า

ตลอดช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคมถึงสิงหาคม) การตั้งแคมป์เป็นงานอดิเรกในท้องถิ่นที่เป็นที่นิยมอย่างมาก ดังนั้นหากคุณต้องการจะไปตั้งแคมป์ในสถานที่ไหน ควรตรวจสอบกับทางสถานที่และจองล่วงหน้า นอกจากนี้โปรดทราบว่ากลางเดือนสิงหาคม (โดยปกติคือ 13-15 สิงหาคม) จะมีวันหยุดยาวคือช่วง “เทศกาลโอบง Obon” ดังนั้นในช่วงเวลานั้นจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นเป็นพิเศษ จึงควรวางแผนล่วงหน้าให้ดี

การอาบน้ำ

ถ้าที่ตั้งแคมป์ของคุณไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการอาบน้ำ พยายามอย่าทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้คุณเสียเหงื่อมากจนเกินไป นอกจากนี้ขอให้เช็คหาจุดที่ตั้งของ “ออนเซน (onsen)”  หรือ “sento (โรงอาบน้ำสาธารณะ)” ซึ่งสามารถเช็คสถานที่ตั้งได้จากแอป Google Maps ได้ทางสมาร์ทโฟนของคุณ

ขยะ

เป็นสิ่งที่คุณควรจะตระหนักว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งใดในโลก คุณไม่ควรทิ้งขยะเรี่ยราด เพราะมันจะทำให้สถานที่ตั้งแคมป์ที่แสนสวยงามนั้นสูญสิ้นความงามลงไปได้ หลายคนอาจทราบอยู่แล้วว่า ที่ญี่ปุ่นมีถังขยะน้อยกว่าเมืองอื่นๆ มาก ดังนั้นควรเตรียมพร้อมนำถุงสำหรับใส่ขยะติดตัวไปด้วย เพื่อที่จะนำถังขยะกลับบ้านพร้อมกับคุณ ขอความร่วมมือเพื่อช่วยกันรักษาสภาพธรรมชาติให้คงอยู่อย่างงดงามต่อไปด้วยวิธีการง่ายๆ ด้วยมือของคุณเอง!

เพียงเท่านี้ ทริปการตั้งแคมป์ของคุณก็จะเป็นทริปที่สนุกสนาน และน่าประทับใจแล้วล่ะค่ะ แถมยังช่วยกันรักษาธรรมชาติที่สวยงามให้คงอยู่ต่อไป เพื่อที่ว่าในปีต่อๆไป คุณก็จะสามารถกลับมาชื่นชมธรรมชาติที่แสนงดงามนี้ได้อีกด้วยนะคะ ^^

ข้อมูลและรูปภาพจาก : SavvyTokyo

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^

Tag :

RANKING


TREND


FAMOUS


RELATED POST


Previous

Next


แสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลยน๊า...


- MAY YOU ALSO LIKE THIS -


รับสมัครจดหมายข่าว

กรุณาระบุอีเมลเพื่อลงทะเบียนรับจดหมายอัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนใครได้แล้วตอนนี้!