เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)
MENUMENU

เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น (JAPAN TRAVEL) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เสียงวอนจากผู้เคยประสบภัยสึนามิปี 2011: ได้โปรดหยุดส่งนกกระเรียนกระดาษไปยังศูนย์อพยพ

July 13, 2018 Japan Updates, jptripadm

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^


ข่าวน้ำท่วมครั้งใหญ่และดินโคลนถล่มในพื้นที่ทางแถบภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น ยังคงเป็นข่าวใหญ่ที่ควรจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด  ทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น  ผู้ที่วางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือกำลังท่องเที่ยวอยู่ก็ดี  ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีเหตุการณ์ภัยพิบัติ ทุกคนก็จะร่วมแรงร่วมใจส่งข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคต่างๆ รวมถึงกำลังใจให้กับเหล่าผู้ประสบภัยใช่ไหมล่ะคะ

ข้าวของหลายๆอย่างก็ขาดแคลน และผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพต้องการเป็นอย่างมาก  ส่วนในเรื่องน้ำใจกับของบางสิ่งนั้น  เป็นสิ่งที่ผู้ประสบภัยไม่ได้ต้องการค่ะ  ซึ่งจะเป็นอะไรนั้นมาฟังเฉลยจากทวิตเตอร์ของชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง (@NORIhannya) ผู้เคยเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิ เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2011 กันค่ะ

“ถึงผู้ที่ไม่เคยประสบภัยพิบัติธรรมชาติขนาดใหญ่อย่างเหตุน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ได้โปรดหยุดส่งนกกระเรียนกระดาษไปยังศูนย์อพยพ พวกมันกินพื้นที่และมีน้ำหนักมาก แถมยังยากต่อการกำจัดด้วย นกกระเรียนกระดาษไม่ใช่อาหาร และพวกมันก็ไม่สามารถขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินได้ด้วยเช่นกัน มันเป็นเพียงสิ่งที่ทำความพอใจให้กับผู้ที่พับมันขึ้นมาเพียงเท่านั้น ว่าได้ทำบางสิ่งให้แล้วนะ ได้โปรดบริจาคเป็นสิ่งอื่นที่มีค่าพอๆกับนกกระเรียนกระดาษแทน  ขอร้องล่ะ  นี่เป็นเสียงจากผู้ที่เคยประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิในปี 2011”

ทำไมถึงต้องเป็นนกกระเรียนกระดาษ? สงสัยกันไหมคะ  ก็เพราะว่าในญี่ปุ่นเองมีตำนานที่เล่ากันมานาน ว่าหากว่าพับนกกระเรียนกระดาษครบ 1,000 ตัว จะสามารถขอพรอะไรก็ได้ 1 อย่าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับขอให้อายุยืนยาว และเรื่องขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งนี้ก็เพราะว่านกกระเรียนในความเชื่อของญี่ปุ่นนั้น เชื่อกันว่ามีอายุถึง 1,000 ปี และเชื่อกันว่าเป็นนกที่นำพาโชคลาภ  ถือว่าเป็นนกที่ชาวญี่ปุ่นให้ความเคารพสูงสุด  ซึ่งหลายต่อหลายครั้งนกกระเรียนกระดาษ 1,000 ตัว ได้ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทน “ความหวัง” ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก  ซึ่งผู้คนมักจะรวมตัวกันแล้วพับเพื่อส่งไปให้ยังผู้ที่ประสบภัย

▼ภาพด้านล่างที่เห็นนี้คือจำนวนนกกระเรียนกระดาษที่ถูกส่งไปยังศูนย์อพยพ

แน่นอนว่าผู้ที่พับนกกระเรียนกระดาษส่งไปนั้น หวังเพื่อให้มันเป็นความหวังและกำลังใจแด่ผู้ประสบภัย ให้รับรู้ว่าคนอีกมากมายเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  การได้รับนกกระเรียนกระดาษถึง 1,000 ตัว ในขณะที่คุณไร้บ้านที่อยู่อาศัย และต้องอาศัยอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพกับผู้ที่ประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกันอีกนับพันคน โดยที่ทั้งอาหารและน้ำสะอาดเพื่อใช้อุปโภคบริโภคก็มีไม่เพียงพอ ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลกร้ายมากกว่าจะน่ายินดีนะคะ

ยังมีเสียงแสดงความเห็นด้วยจากชาวทวิตเตอร์อีกท่านหนึ่ง (@iiizzzwww22) ผู้ที่ครั้งหนึ่งก็ประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิถล่ม ในเดือนมีนาคม 2011 เช่นเดียวกันค่ะ

 

 

“ในเวลานั้นพวกเรานั่งเบียดเสียดกันชนิดไหล่กระทบไหล่อยู่ภายในศูนย์อพยพ โดยที่ไม่มีทั้งอาหารและน้ำตกถึงท้องมาเป็นเวลา 2 วัน ในที่สุดก็มีกล่องพัสดุใบใหญ่ถูกส่งมา พวกเราต่างรีบเปิดกล่องใบนั้นด้วยความหวัง เพียงเพื่อที่จะพบว่ากล่องใบนั้นอัดแน่นมาด้วยนกกระเรียนกระดาษ และไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจากนั้น  ฉันยังคงจำความผิดหวังครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี และความรู้สึกต่อมาที่เกิดขึ้นก็คือความโกรธที่ปะทุขึ้นมาภายในใจ”

เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงความรู้สึกเหล่านี้  หากว่าไม่เคยได้เคยสัมผัสเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยตนเอง แต่จากคำพูดเหล่านี้ ก็พอที่จะเข้าใจว่าทำไมนกกระเรียนกระดาษ 1,000 ตัวที่ตั้งใจว่าให้เป็นสัญลักษณ์ของ “ความหวังในยามยากลำบาก” นั้น  ถึงได้ส่งผลตรงกันข้ามต่อความรู้สึกของผู้ประสบภัยที่ได้รับ

มีความเห็นมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายในอินเตอร์เน็ต  ซึ่งบางเสียงก็ให้ความเห็นที่แตกต่างกันออกไป ดังเช่นความเห็นดังต่อไปนี้

“โลกนี้ช่างอยู่ยากเสียจริง ฉันก็เข้าใจนะว่านกกระเรียนกระดาษมันไม่ได้ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นมาได้ แต่ก็อยากให้คุณได้หยุดคิดสักนิดนะ ถึงจิตใจของผู้ที่ตั้งใจพับมันขึ้นมาเพื่อส่งเป็นความหวังให้คุณ”

“ไม่ว่าคุณจะคิดเห็นอย่างไรก็ตาม ไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยแล้วเหรอ? พวกเขาไม่ได้รู้ว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ และพวกเขาก็ตั้งใจพับมันขึ้นมานะ”

“ถ้าคุณยังคงต้องการที่จะพับนกกระเรียนกระดาษส่งไปยังศูนย์ผู้อพยพ  อยากให้ส่งมันไปพร้อมกับ เงิน อาหาร หรือน้ำ สิ่งพวกนี้ต่างหากที่จะทำให้ผู้ประสบภัยยิ้มได้กับความใจดีของคุณ  ซึ่งฉันคิดว่ามันดีกว่าส่งไปเพียงแค่นกกระเรียนกระดาษ 1,000 ตัวอย่างเดียวล่ะนะ”

“หลายคนอาจจะคิดว่าการส่งนกกระเรียนกระดาษไปให้ผู้ประสบภัยนั้นเป็นความเมตตา แต่ฉันไม่คิดว่าการส่งนกกระเรียนกระดาษจะเป็นการกระทำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตาตรงไหนเลย”

“บางทีพวกเขาอาจจะดีใจที่ได้รับมัน ภายหลังจากที่เรื่องราวหลายๆอย่างมันจบลงแล้วล่ะนะ”

อย่างไรก็ตามแม้ว่าความเห็นในเรื่องนี้ อาจแบ่งเป็นทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าหนทางช่วยได้มากที่สุดคือการส่งเป็นเงินไป 

ออกจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ศูนย์บรรเทาผู้ประสบภัยนั้น มักจะลงเอยด้วยการได้รับหลากหลายสิ่งที่ในความเป็นจริงแล้ว มันไร้ประโยชน์ นอกเหนือจากนกกระเรียนกระดาษแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทันคาดคิด ก็คือ อาหารบางอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อยู่ภายในศูนย์อพยพ

เอาเป็นว่าหากว่าต้องการที่จะบริจาคสิ่งใดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วล่ะก็ ควรบริจาคเป็นเงินเป็นหนทางที่ดีที่สุดค่ะ  เพราะเงินนั้นสามารถนำไปจัดสรรใช้จ่ายเพื่อหาซื้อสิ่งของต่างๆ ที่ขาดแคลนและจำเป็นจริงๆ ต่อศูนย์อพยพนั้นๆ  เพราะในแต่ละที่สิ่งจำเป็นและขาดแคลนนั้นแตกต่างกันไป  หรือนอกเหนือจากเงินสิ่งที่น่าบริจาคอีกอย่างคือ “การบริจาคเลือด” ค่ะ ด้วยความที่ว่าเขตภัยพิบัตินั้นกินเป็นวงกว้าง และสร้างความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นตำนวนมาก  ทางธนาคารเลือดก็ต้องการเลือดเพื่อไปช่วยต่อชีวิตคนที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนค่ะ โดยเฉพาะเหล่าผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น และมีกรุ๊ปเลือดหายาก  หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง  ก็ไปบริจาคเลือดเพื่อเป็นทางหนึ่งในการช่วยเหลือได้นะคะ

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้เหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดนี้จบได้ในเร็ววันค่ะ / Pray for Japan

ขอบคุณข้อมูลจาก : SoraNews24

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^

Tag :

RANKING


TREND


FAMOUS


RELATED POST


Previous

Next


แสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลยน๊า...


- MAY YOU ALSO LIKE THIS -


รับสมัครจดหมายข่าว

กรุณาระบุอีเมลเพื่อลงทะเบียนรับจดหมายอัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนใครได้แล้วตอนนี้!