【muon Studio】การฝึกสมาธิจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ที่สตูดิโอเปิดใหม่อย่าง muon.

หลายๆ ท่านที่เคยได้ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือบางท่านอาจจะอยู่อาศัยทำงานที่ญี่ปุ่นเลย ตามเมืองสำคัญเศรษฐกิจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โตเกียว (Tokyo) คงคุ้นชินกับภาพชีวิตที่ดู เร่งรีบ และ วุ่นวาย ของชาวแดนอาทิตย์อุทัยใช่ไหมคะ  เพราะด้วยชีวิตที่เร่งรีบแบบนี้ทุกๆ วัน คนญี่ปุ่นบางคนจึงสนใจในเรื่องหาที่พักผ่อนจิตใจ และหลายๆ คนก็เลือกวิธี “ฝึกสมาธิ” ค่ะ

บำบัดจิตใจจากความเครียด ด้วยการฝึกสมาธิ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ การฝึกสมาธิเริ่มเป็นหัวข้อที่สนใจของใครหลายต่อหลายคน ในการช่วยบำบัดจิตใจจากความเครียดที่รุมเร้า ซึ่งแม้แต่คนชื่อดังก้องโลกอย่าง มาดอนน่า หรือ สตีฟ จ็อบบ์ ต่างก็เลือกวิธีฝึกสมาธิเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งนั่นก็ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของคนทั่วโลกทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก  ถึงกับมีคอร์สสอนการฝึกสมาธิมากมายหลายคอร์สเลยทีเดียวค่ะ

และแน่นอน สำหรับในเมืองที่เรียกได้ว่าระดับความเครียดของประชากรสูงติดอันดับโลกอย่างโตเกียวด้วยแล้ว การฝึกสมาธิก็เป็นตัวเลือกหนึ่งในบรรดาหนทางเยียวยาจิตใจจากความเครียด และนี่คือจุดประสงค์ที่ทาง “สตูดิโอ muon” ได้ก่อตั้งขึ้นมาเป็นสตูดิโอที่เน้นทางด้านการฝึกสมาธิ โดยเริ่มเปิดมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่เพิ่งผ่านมานี้เองค่ะ เอกลักษณ์ของที่นี่แตกต่างกับสตูดิโอฝึกสมาธิอื่น ที่เน้นการนำเอาการทำสมาธิมาประยุกต์เข้าร่วมกับการทำโยคะ  แต่ที่ muon นี้จะเน้นให้คุณได้ฝึกสมาธิอย่างแท้จริง โดยฝึกจิตใจให้อยู่กับตนเองและปัจจุบัน

ต้องจองล่องหน้าผ่านทางออนไลน์

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการสตูดิโอ muon จำเป็นจะต้องจองล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์เท่านั้น โดยการจองจะนับเป็นชั่วโมง คุณสามารถจองล่วงหน้าได้ถึง 1 ชั่วโมง ส่วนถ้าเกิดว่าจองแล้วไม่สามารถไปได้ต้องการยกเลิก ยกเลิกก่อนถึงคิวของคุณ 1 ชั่วโมงจะไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ที่นี่คุณไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนชุดเพื่อฝึกทำสมาธิแต่อย่างใด จึงไม่จำเป็นต้องนำสัมภาระติดตัวมาค่ะ แม้แต่กระเป๋าเงินก็ไม่จำเป็นด้วยเช่นกัน เพราะค่าใช้จ่ายจะถูกหักทางออนไลน์เรียบร้อยแล้วค่ะ

ดื่มน้ำอุ่นๆ นั่งพักสักนิด ก่อนที่จะเริ่มทำสมาธิ

เมื่อก้าวเข้าไปภายในสตูดิโอ สิ่งที่จะได้พบก็คือทางเดินแคบๆ ที่มีแสงไฟสลัวๆ ดูราวกับเป็นทางที่จะนำพาไปสู่โลกที่ตัดขาดความวุ่นวายใดๆ จากภายนอกทิ้งโดยสิ้นเชิง พอผ่านพ้นทางเดินไป ก็จะพบพนักงานหญิง เธอจะรินน้ำร้อนจากกาให้ได้นั่งดื่มก่อนที่โซนพักรอ น้ำอุ่นจะช่วยให้รู้สึกสงบจิตสงบใจได้ง่ายขึ้น และทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่โหมดการทำสมาธิได้อย่างจริงจัง

หลังจากที่เตรียมร่างกายพร้อมแล้ว  พนักงานก็จะพาไปยังห้องทำสมาธิ ซึ่งภายในห้องจะมีแท่งไฟที่เปิดแสงสลัวๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนลำต้นของต้นไม้ที่มีความอบอุ่นและมองแล้วรู้สึกสบายตา และผ่อนคลาย ภายในห้องนี้มีกฏว่า “ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์” ทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศในการทำสมาธิอย่างแท้จริง ถ้าหากว่าต้องมัวพะวงกับเรื่องเสียงโทรศัพท์รบกวน หรือมีไลน์เด้งข้อความต่างๆ มาให้ฟุ้งซ่าน ก็คงไม่เป็นอันได้ทำสมาธิกันพอดีใช่ไหมล่ะคะ

ทำสมาธิท่ามกลางป่าแห่งแสง

ที่ว่างระหว่างแท่งไฟแต่ละต้นนั้นก็จะมีเบาะนั่งที่ดูนุ่มสบายวางอยู่ โดยที่แต่ละที่ก็คือจุดที่จะได้นั่งทำสมาธินั่นเอง บรรยากาศภายในนี้แม้ว่าจะเป็นภายในห้อง แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ภายในป่า ที่รอบด้านนั้นเป็นต้นไม้ที่เปล่งแสงนุ่มนวลที่ทั้งสบายตาและให้ความรู้สึกอบอุ่น

สำหรับผู้ที่มาเข้าฝึกทำสมาธิ ทางสตูดิโอน muon นี้ มีคอร์สใหเลือกทั้งหมด 4 คอร์สด้วยกันค่ะ โดยเริ่มตั้งแต่ระดับเบสิคถึงขั้นแอดวานซ์เลยทีเดียว สำหรับคอร์สสำหรับผุ้ที่เริ่มฝึกหัดคือ คอร์ส “Mindfulness (วิปัสสนา)” มีความยาวทั้งหมด 30 นาที โดยคอร์สเริ่มต้นนี้จะฝึกในการกำหนดลมหายใจ และสังเกตการเคลื่อนไหวของร่างกายค่ะ โดยในระหว่างที่พิจารณาแสงไฟก็ให้สำรวจลมหายใจเข้าออก รวมถือเอามือวางลงบนท้องเพื่อรับรู้ถึงการพองและยุบลงของท้อง เป็นการฝึกสมาธิเพื่อให้รู้สติและอยู่กับตนเองในปัจจุบันค่ะ 

ถ้าหยุดความฟุ้งซ่านไม่ได้ จะต้องทำอย่างไรดี?

เป็นปัญหาหลักๆ พื้นฐานของผู้ฝึกทำสมาธิเลยล่ะค่ะ ซึ่งทางสต๊าฟของสตูดิโอ muon ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า เป็นความปกติของคนเราอยู่แล้วที่จะมีความคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้าาแทรกได้เรื่อยๆ ยิ่งพยายามทำใจให้หยุดนิ่งมากเท่าไร ก็จะยิ่งมีความฟุ้งซ่าน ดังนั้น ถ้าหากว่ารู้สึกว่าความคิดและจิตใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ก็ขอให้พยายามโฟกัสความคิดมายังวัตถุรอบตัวแทน ในที่นี้ก็หมายถึงเสาแสงนี่ล่ะค่ะ ให้พยายามดึงความคิดมาจดจ่ออยู่กับเสาแสงตรงหน้า แล้วค่อยๆ กลับคืนสู่สมาธิที่รู้สติและอยู่กับปัจจุบันค่ะ

มาเช็คสภาพจิตใจหลังจากจบคอร์สกันเถอะ

ภายหลังจากจบคอร์สแล้ว ทางสต๊าฟจะให้คุณดาวน์โหลดแอพพิเคชั่นพิเศษของทางร้าน เป็นแอพพลิเคชั่นนี้จะวัดระดับสภาพทั้งจิิตใจและร่างกายโดยผ่านปลายนิ้วสัมผัส ถ้าอยู่ในสภาพดีมาก ก็จะปรากฏเป็นรูปดวงอาทิตย์ค่ะ บ่งบอกว่าจิตใจเบิกบานดีเหมือนท้องฟ้าที่สดใส แต่หากว่าสภาพจิตใจหรือร่างกายอ่อนล้าหรือตึงเครียด ก็จะปรากฏสัญลักษณ์ของเมฆครึ้ม โดยหากว่าอ่อนล้าเพียงเล็กน้อยก็จะเป็นเมฆหมอกบางๆ ความครึ้มของเมฆก็จะเพิ่มไปตามระดับความตึงเครียดและเหนื่อล้าค่ะ

ตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองตั้งราคา

ก่อนถึงวันที่ 31 ก.ค. นี้ ทางสตูดิโอ muon ได้จัดคอมเปญให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการเลือกราคาของคอร์สที่จะฝึกได้เอง โดยค่าบริการต่ำสุดคือ 1,000 เยนต่อครั้ง  ทั้งนี้เพราะทางสตูดิโอ muon เป็นสตูดิโอที่เน้นเฉพาะเจาะจงในด้านการฝึกทำสมาธิเพียวๆ จึงยังไม่มีราคาในตลาดเพื่อเป็นแนวทางในการตั้งราคาที่เหมาะสมค่ะ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไปถึงจะเริ่มมีราคาอย่างเป็นทางการสำหรับเข้ามาใช้บริการฝึกสมาธิิในแต่ละคอร์สค่ะ

ทางสต๊าฟได้ระบุว่าคอร์สที่เป็นที่นิยมในบรรดาผู้ที่เคยมาใช้บริการก็คือคอร์ส “Mindfulness (วิปัสสนา)” นี้เองค่ะ และอีกคอร์สที่ได้รับความนิยมไม้แพ้กันก็คือ “Sleep and Recovery (นอนและฟื้นฟู)”  ซึ่งแทนที่จะนั่งทำสมาธิ ก็จะเปลี่ยนอิริยาบทเป็น “นอนทำสมาธิ” แทนค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนก็มักจะพลอยหลับไประหว่างการนอนทำสมาธิ แต่ทางสตูดิโอ muon ก็ไม่ได้เห็นว่าสิ่งนี้เป็นปัญหาแต่อย่างใด  เพราะว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของคอร์สนี้คือการให้ผู้คนได้รู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ และทิ้งความตึงเครียด ชีวิตที่เร่งรีบไว้ภายนอก ส่วนในเรื่องของอายุผู้ที่มาใช้บริการนั้นค่อนข้างกว้าง มีตั้งแต่ 20 ปี ถึง 60 ปี เลยค่ะ 

ข้อมูลเพิ่มเติมของทางสตูดิโอ

muon Studio
Address: Tokyo-to Shinjuku-ku Nishi Shinjuku 1-21-1 Meihou Building 2nd floor
東京都新宿区西新宿1-21-1明宝ビルディング2F
การจองทำผ่านทางเว็บไซต์หลักเท่านั้น จะมีการตอบรับในช่วง 10.00 – 18.00 น.
Website

เป็นอย่างไรบ้างคะ เห็นแบบนี้น่าลองเข้าไปฝึกทำสมาธิที่สตูดิโอแห่งนี้กันบ้างไหมคะ คงจะเป็นการดีหากว่าทุกๆ คนสามารถฝึกสมาธิที่ไหนก็ได้ตามที่ใจต้องการ  เพียงแต่ในโลกปัจจุบันนี้ สิ่งแวดล้อมรอบด้านเป็นตัวฉุดรั้งเรา ทำให้การทำจิตใจให้สงบเป็นสมาธิ และรู้สติอยู่กับตัวตนในปัจจุบันทำได้ยากขึ้น  สตูดิโอแห่งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ทำให้การฝึกสมาธินั้นไม่ได้เป็นเรื่องยากและไกลตัวจนเกินไปค่ะ ถ้าใครที่คิดว่าการทำสมาธินั้นเป็นเรื่องยากล่ะก็ ลองแวะเวียนไปที่นี่ดูบ้างไหมคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : SoraNews24


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -