เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)
MENUMENU

เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น (JAPAN TRAVEL) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

ชวนเที่ยวงาน【EPSON teamLab Borderless】งานนิทรรศการแสงสีที่คุณจะต้องตะลึง!

July 6, 2018 Japan Updates, jptripadm

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^


คนที่ตีตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้ หลายคนอาจมีเป้าหมายอยู่ที่งานนิทรรศการสุดล้ำ “EPSON teamLab Borderless” ซึ่งจัดอยู่ที่ “Mori Building Digital Art Museum” เมืองโตเกียว (Tokyo) แต่บางคนอาจจะไม่รู้ว่ามีงานนี้อยู่ หรือไม่รู้ว่าเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับอะไรยังไง น่าไปแค่ไหน วันนี้จะมาอธิบายถึงงานนี้ให้รู้จักกันค่ะ ~~

ก่อนอื่นขออธิบายถึงกลุ่ม teamLab ก่อนว่า กลุ่มนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่ม “อัลตร้าเทคโนโลยี” หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลากหลายสาขา ทั้งนักโปรแกรมเมอร์ วิศวกร สถาปนิก กราฟิคดีไซน์ และศิลปินอีกหลากหลายสาขา เพื่อสร้างผลงานอันเป็นนวัตกรรมที่ผสมผสานศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

กลายเป็นจุดที่ฮ็อตที่สุดในโตเกียวไปซะแล้ว

ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาได้จัดนิทรรศการ “Interactive Light” ขึ้นที่อาคาร Mori Building Digital Art Museum ที่ตั้งอยู่ในเมืองโอไดบะ (Odaiba) โตเกียวค่ะ โดยนิทรรศการนี้จะกินพื้นที่ทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกัน ซึ่งงานนี้ถูกให้คำจำกัดความไว้ว่า “เป็นจุดที่เหมาะจะถ่ายรูปอวดลงอินสตาแกรมมากที่สุดในโตเกียว!!”

หลังจากที่กลายเป็นที่จักแสดงงานนิทรรศการนี้ อาคาร Mori Building Digital Art Museum ก็กลายมาเป็นจุดที่เป็นเป้าหมายในการเดินทางของใครต่อใครไปเรียบร้อย อย่างไรก็ตามการเข้าชมงานนิทรรศการนี้มีกฏของการเข้าชมเล็กน้อย ซึ่งจะขอรวบรวมข้อควรรู้เล็กๆ น้อยๆ 10 ข้อ ที่นักท่องเที่ยวควรจะรู้ก่อนที่จะไปชมงาน เพื่อที่การวางแผนท่องเที่ยวจะได้เป็นไปอย่างราบรื่นและผิดพลาดน้อยที่สุดนะคะ

1. ใส่เสื้อสีขาวหรือสีอ่อน

ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องบังคับแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าหากว่าใส่เสื้อสีขาวหรือสีอ่อนๆ นั้นจะเป็นตัวเพิ่มความสนุกได้อย่างหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ เพราะคุณจะมองเห็นแสงสีภายในนิทรรศการนั้นฉายโลดแล่นอยู่บนเสื้อผ้าของคุณด้วย ราวกับว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงแสงสีนั้นไปด้วยเลย 

หากว่าใส่เสื้อสีเข้มหรือสีดำ ตามปกติแล้วสีดำจะเป็นสีที่ดูดกลืนแสงอื่นๆ ไปหมดอยู่แล้วจึงจะมองเห็นเป็นเงามืด  สีขาวหรือสีอ่อนมองเห็นแสงที่สะอ้อนออกมาได้ดีกว่าค่ะ ดังนั้นถ้าเป้าหมายหนึ่งคือการไปถ่ายรูป ใส่สีอ่อนๆ จะได้ภาพที่สวยงามกว่าค่ะ


2. ใส่รองเท้าแคทชูส้นเรียบ

อันนี้เป็นข้อสำคัญที่ควรต้องทำตามเลยค่ะ! เพราะว่าพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการบางแห่งนั้นไม่อนุญาตให้ผู้เข้าชมสวมใส่รองเท้าแตะ หรือรองเท้าส้นสูง อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ คุณอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่หยวนๆให้กันได้  แต่ถ้าหากว่าคุณใส่รองเท้ามาไม่เรียบร้อย  ทางเจ้าหน้าที่จะให้คุณไปร้านเช่ารองเท้าเพื่อเช่ารองเท้าที่ถูกต้องตามกฏระเบียบมาใส่ค่ะ 

นอกจากนี้ยังมีบางจุดของงานนิทรรศการแห่งนี้ ที่ถ้าหากว่าคุณใส่รองเท้ามาไม่รัดกุมพอ อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ในระหว่างเข้าชมงานค่ะ มีหลายจุดที่พื้นไม่ได้เป็นพื้นแข็งเรียบๆ และบางจุดที่จะต้องปีนป่าย ดังนั้นการเตรียมรองเท้าที่เหมาะสมไปจึงเป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามอย่างยิ่งค่ะ


3. เก็บสัมภาระไว้ในล็อกเกอร์ก่อนเข้าชมงาน

นำของติดตัวไปเที่ยวงานนิทรรศการนี้เท่าที่จำเป็นก็พอค่ะ เพราะแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้นำกระเป๋าติดตัวไปได้ แต่คำแนะนำคือควรเก็บกระเป๋าใบใหญ่หรือสัมภาระที่ไม่จำเป็นไว้ที่ตู้ล็อกเกอร์นะคะ เพราะด้านในนั้นเป็นที่มืด และบางจุดนั้นแน่นขนัดไปด้วยผู้คน เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน การเก็บสัมภาระไว้ในล็อกเกอร์อาจจะปลอดภัยกว่าค่ะ และหากต้องการนำกระเป๋าสะพายหลังหรือกระเป๋าถือติดตัวเข้าไปด้านใน ทางเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำว่าควรสะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้าก่อนที่จะเข้าโซนนิทรรศการบางโซน เพื่อป้องการสูญหาย หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ


4. ใส่กางเกง

อาจจะเป็นคำแนะนำที่ดูแปลกเสียหน่อย แต่เป็นคำแนะนำอย่างยิ่งสำหรับสาวๆ เลยค่ะ เพราะบางโซนของนิทรรศการนั้น พื้นจะทำจากกระจกเงานะคะ ซึ่งคงไม่ดีแน่ๆ ใช่ไหมล่ะคะ ถ้าเงาในกระจกนั้นสะท้อนสิ่งที่อยู่ภายใต้กระโปรงของสาวๆ มาให้ผู้อื่นได้เห็นกันด้วย

ซึ่งหากว่าใครเผอิญใส่กระโปรงไปแล้วก็ยังไม่เป็นไรค่ะ เพราะจุดนี้อยู่ในการคาดการณ์ของทางผู้จัดงานอยู่แล้ว  ดังนั้นทุกๆ โซนที่พื้นเป็นกระจกจะมีบริการผ้ารัดกระโปรง และป้ายเตือนเพื่อบอกให้รู้ว่าโซนนี้จะมีพื้นเป็นกระจกเงา และขอให้ใช้บริการผ้ารัดกระโปรงที่จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อความสบายใจของผู้เข้าชมงาน แต่ทางที่ดีใส่กางเกงไปตั้งแต่แรกจะดีกว่านะคะ


5. ลิ้มรสชาในบรรยากาศที่เหนือจินตนาการที่ “En Tea House”

บอกได้เลยว่าคุณจะไม่สัมผัสบรรยาการการดื่มชาแบบนี้ได้ที่ไหนอีก ร้านชาที่อยู่ภายในนิทรรศการมีชาเขียวหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกดื่ม โดยทั้งหมดนั้นราคาแก้วละ 500 เยน โดยในการเสิร์ฟชานั้น ชาภายในถ้วยก็จะถูกอาบไปด้วยมนต์เสน่ห์ของแสงสีตระการตา จนละสายตาไปไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ


6. ลองสัมผัสทุกสิ่ง

แน่นอนค่ะ เพราะว่านี่คือนิทรรศการ Interactive Light ที่ซึ่งแสงสีต่างๆ จะตอบสนองไปกับการกระทำของผู้คน  ดังนั้นการแตะจับพื้นผิวต่างๆอย่างเช่นผนังกำแพง หรือบนพื้น แสงสีภายในงานก็จะตอบสนองตามการกระทำของผู้ชมงานค่ะ  


7. ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น

ผู้เข้าร่วมชมงานสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นพิเศษที่ทางทีมงาน teamLab ได้สร้างไว้ เพื่อเพิ่มอรรถรสให้ผู้เข้าร่วมงานรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการได้อย่างแท้จริง โดยภายในงานนิทรรศการจะมีโซนหนึ่งที่เรียกว่า Crystal World ซึ่งแสงสีภายในโซนนี้จะเปลี่ยนไปตามการออกแบบของผู้เข้าชมผ่านทางแอพพลิเคชั่นนี้ค่ะ

ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ทาง Apple Store และ Google Play 


8. ปลุกความเป็นเด็กที่หลบซ่อนอยู่ภายในตัวคุณ

จะมีกิจกรรมที่แสนสนุกมากมายไม่ว่าการปีนต้นไม้แสง ปล่อยตัวให้ไหลไปกับกระดานลื่น หรือมุดลอดตาข่าย เป็นที่ที่นอกจากเด็กจะได้ความสนุกสนานแล้ว ผู้ใหญ่หลายคนก็ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กได้อีกครั้งค่ะ

หรือแม้แต่ในโซน “Weightless Forest of Resonating Life” คุณจะได้กลับไปรู้สึกเหมือนเด็กวิ่งเล่นในป่าแห่งจินตนาการ 

หรือมุม “Sketch Aquarium” ที่คุณสามารถวาดลวดลายสัตว์น้ำได้อย่างใจนึกฝัน ซึ่งเมื่อวาดลวดลายเสร็จแล้ว สัตว์น้ำที่คุณวาดก็จะไปว่ายโลดแล่นอยู่บนกำแพงค่ะ ~~!!


9. ใช้เวลาให้คุ้มค่า

ที่นิทรรศการนี้มีโซนกิจกรรมมากมายหลากหลายโซน และแต่ละโซนนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้จำกัดเวลาในการเข้าชม  ดังนั้นผู้เข้าชมสามารถจะใช้เวลาเดินชมนานแค่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ การเก็บกิจกรรมให้ครบทุกโซนอาจจะกินเวลาทั้งวันเลยทีเดียวค่ะ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามากกับการเข้าชมนะคะ


10. พกกล้องมาแล้ว อย่าลืมนำมารยาทติดตัวมาด้วยนะ

การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าขาดไม่ได้เลยค่ะ เพราะทุกๆ โซนในนิทรรศการนี้เรียกได้ว่าต้องเก็บภาพแห่งความประทับใจเอาไว้ให้ได้ค่ะ ทั้งแสงสีต่างๆ หรือมุมแสดงโชว์ ส่วนจุดไหนที่ขึ้นชื่อที่สุดนั้นก็หนีไม่พ้น โซน Forest of Resonating Lamps ที่มีตะเกียงจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วนค่ะ แถมด้วยผนังและพื้นเบื้องล่างยังเป็นกระจกเงาอีก เรียกได้ว่าเหมือนเดินอยู่กลางอากาศท่ามกลางโคมลอยเลยล่ะค่ะ

เนื่องจากว่าเป็นโซนที่สวยงามมากและหลายๆคนต้องการที่จะเก็บภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้ จึงเป็นโซนเดียวที่ค่อนข้างจำกัดเวลาในแต่จะจุด  โดยผู้เข้าชมสามารถถ่ายรูปได้จุดละประมาณ 2 นาทีค่ะ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินนำทางให้ เพื่อไม่ให้คนแออัดหนาแน่นกันจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดงานได้ตั้งกฏไว้ว่าห้ามใช้แสงแฟลชในการถ่ายรูป และอย่าใช้ขาตั้งกล้องค่ะ เพราะจะเป็นรบกวนผู้เข้าชมท่านอื่น รวมถึงการใช้ขาตั้งกล้องอาจะทำให้ขัดขวางทางเดินรวมถึงอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ด้วย ถ้ายังไง เวลาถ่ายรูปขอให้คนที่ไปด้วยถ่ายให้จะดีกว่านะคะ


ข้อมูลเพิ่มเติมเดี่ยวกับงานนิทรรศการ

Mori Building Digital Art Museum: Epson teamLab Borderless
Address: Tokyo-to, Koto-ku, Aomi 138, Odaiba Palette Town
東京都 江東区 青海 1 3 8 お台場パレットタウン
Hours:
Mon, Wed, Thu: 11 a.m.-9 p.m.
Fri: 11:00 a.m.-10 p.m.
Sat: 10 a.m.-10 p.m.
Sun: 10 a.m.-8 p.m.  Closed Tuesdays.
Website


จบแล้วค่ะสำหรับข้อควรรู้เล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะเข้าชมนิทรรศการ  “EPSON teamLab Borderless” ทั้งหมดล้วนเป็นข้อปฏิบัติได้ง่ายๆ ใช่ไหมคะ ส่วนท่านผู้ที่สนใจจะเข้าชมนิทรรศการ แนะนำว่าขอให้ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการเข้าชมงานนะคะ เพราะว่าทางงานจะนับผู้เข้าชมจากการจองผ่านออนไลน์ก่อนค่ะ หากว่าวันนั้นตั๋วออนไลน์ถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงแล้ว ก็จะปิดการจำหน่ายตั๋วของวันนั้นโดยทันทีค่ะ  แปลว่าแม้จะไปถึงหน้างานแล้วแต่ก็จะไม่มีตั๋วจัดจำหน่ายค่ะ สำหรับราคาค่าตั๋วซื้อ หากซื้อผ่านออนไลน์ก่อนวันที่ 31 ก.ค. นี้  ราคาค่าตั๋วสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 2,400 เยน หากหลังจากวันที่ 31 ก.ค. เป็นต้นไป ราคาตั๋วสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 3,200 เยน ส่วนราคาตั๋วเด็กจะอยู่ที่ 1,000 เยนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : SoraNews24

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^

Tag :

RANKING


TREND


FAMOUS


RELATED POST


Previous

Next


แสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลยน๊า...


- MAY YOU ALSO LIKE THIS -


รับสมัครจดหมายข่าว

กรุณาระบุอีเมลเพื่อลงทะเบียนรับจดหมายอัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนใครได้แล้วตอนนี้!