【เกาะซาโดะ (Sado Island)】เกาะที่รวมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติไว้ในที่เดียว!!

เหล่าผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ และผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถ้าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นจะต้องไม่พลาดที่จะไปเยือนเกาะแห่งนี้!!

ประเทศญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศหมู่เกาะ ซึ่งมีเกาะเล็กเกาะน้อยหลากหลายแห่งที่มีจุดขายเฉพาะตัวแตกต่างกันไป  เช่น เกาะอาโอชิมะ (Aoshima) ภูมิภาคเอฮิเมะ (Ehime) ที่อยู่ทางตะวันตกของโตเกียวได้ชื่อว่าเป็น “เกาะแมว” และเกาะยากุชิมะ (Yakushima) ที่อยู่ไปทางตะวันตกของคิวชูก็เป็นที่รู้จักกันในฐานะที่เป็นแรงบันดาลใจของอนิเมชั่นชื่อดังของสตูดิโอ Ghibli อย่างเรื่อง “เจ้าหญิงโมโนโนเกะ (Mononoke Hime – Princess Mononoke)”

อย่างไรก็ตามก็มีเกาะบางเกาะที่อาจจะถูกมองข้ามไป และยังไม่เป็นที่รู้จักกันดีนักในหมู่นักท่องเที่ยว ทั้งๆ ที่ตัวเกาะแห่งนั้นมีเอกลักษณ์โดดเด่น จนเหมาะจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนมากมายได้เลยทีเดียว  อย่างเช่น เกาะซาโดะ (Sado)” แห่งนี้ เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ในภูมิภาคนีงาตะ (Niigata)  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฮอนชู (Honshu) ซึ่งเป็นเกาะหลักของประเทศญี่ปุ่น

 

A post shared by @nikorasu6 on

เดินทางเข้าเกาะโดยเรือเฟอร์รี่

การเดินทางไปเกาะซาโดะ สามารถเดินทางได้ด้วยเรือเฟอร์รี่จากเมืองนีงาตะ (เมืองนีงาตะนั้น เดินทางโดยรถไฟชิงกังเซนจากโตเกียวจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง) เกาะซาโดะเป็นเกาะที่ยังคงธรรมชาติที่แสนสวยงามและวัฒนธรรมวิถีชีวิตดั้งเดิมของญี่ปุุ่นไว้ได้อยู่อย่างครบถ้วน

ประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้งทางโบราณคดีและตำนานเทพเจ้า

เกาะซาโดะถือว่ามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน โดยหลักฐานทางโบราณคดีนั้นชี้ให้เห็นว่าเริ่มมีผู้คนมาอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ยาวนานนับหมื่นปีเลยทีเดียว นอกจากหลักฐานทางโบราณคดีแล้ว ในทางตำนานเทพเจ้าที่เล่าถึงการถือกำเนิดของประเทศญี่ปุ่นนั้น เกาะซาโดะนี้เป็นถึง 1 ใน 7 เกาะแรก ที่เทพอิซานามิ (Izanami) ได้ใช้หอกปักลงไปในท้องทะเลแล้วดึงขึ้นมาก่อเกิดเป็นประเทศญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

 

A post shared by @atsuko1136 on

เกาะซาโดะกับบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น

เมื่อเวลาผ่านไปและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้เดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่ไปเรื่อยๆ เกาะแห่งนี้ก็กลายเป็นเกาะที่เป็นที่จองจำของพวกขุนนางทางการเมืองผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อโชกุน ทุกวันนี้ก็ยังคงมีอนุสรณ์สถานระลึกถึงคนที่เนรเทศมาอยู่บนเกาะซาโดะ เช่น “วัดฮอนโยจิ (Honyouji Temple)” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงความเคารพแด่พระ นิจิเรน โชนิน (Nichiren Shonin) ซึ่งเป็นพระผู้ก่อตั้งนิกายนิจิเรนของศาสนาพุทธ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า ท่านได้ทำนายถึงเหตุการณ์การบุกโจมตีจากต่างชาติ และจะเกิดจราจลต่อต้านการปกครองของโฮโจ (Hojo Clan) ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำนายนี้ล้วนได้เกิดขึ้นจริง เมื่อทัพมองโกลยกทัพเข้ามารุกรานญี่ปุ่น และได้เกิดกบฏต่อต้านโฮโจขึ้นในภายหลัง  ทว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ตระกูลโฮโจไม่พอใจท่านเป็นอันมาก  จึงได้เนรเทศท่านให้มาพำนักอยู่ที่เกาะซาโดะแห่งนี้

ในยุคสมัยของโตกุงาวะ (Tokugawa) เกาะซาโดะได้กลายสภาพมาเป็นเหมืองทอง และเหมืองเงินในภายหลัง เหมืองเหล่านี้ปิดตัวลงในปีค.ศ. 1989 ซึ่งการชมวิวในบางมุมของเกาะ จะสามารถมองเห็นสิ่งก่อสร้างที่ครั้งนึงเคยเป้นเหมืองมาก่อน  โดยที่นักท่องเที่ยวเองก็สามารถเดินเข้าชมอดีตเหมืองเหล่านี้ได้ด้วย

แหล่งรวมตัวของเหล่าศิลปินหลากหลายสาขา

ที่เกาะซาโดะนี้ยังเป็นแหล่งของศิลปะวัฒนธรรมพื้นเมืองอีกมากมายหลากหลายสาขา เช่น การเต้นระบำพื้นเมือง โรงละครหุ่นมือ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงละครโนห์ (Noh) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่าผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมพื้นเมืองของญี่ปุ่นมากเลยทีเดียว

 

A post shared by Makoto Nishikura (@nishikura24) on

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวคือฤดูใบไม้ผลิ

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเที่ยมชมเกาะซาโดะ เพราะเต็มไปด้วยเทศกาลมากมายให้ได้เข้าร่วม เช่นในเดือนเมษายนนั้น บนเกาะจะมี “เทศกาลอนเดโกะ (ondeko)” ซึ่งเป็นการแสดงเต้นรำโดยที่ผู้แสดงนั้นสวมใส่หน้ากากเทพเจ้า , งานยาบุซาเมะ (yabusame – ขี่ม้ายิงธนู) และ เทศกาลแห่ซุ้มศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ (mikoshi) 

แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปว่าหากพลาดฤดูใบไม้ผลิไปแล้วบนเกาะจะไม่หลงเหลือสิ่งน่าสนใจ  เพราะไม่ว่าจะในฤดูไหนบนโกะซาโดะก็มีเทศกาลที่น่าสนใจ หรือธรรมชาติที่สวยงามรอให้ไปค้นหาอยู่ดี

ธรรมชาติที่สวยงามที่มีตลอดทั้งปี

 

A post shared by 『тσм』 (@tom_tom_brother) on

บนโกะซาโดะมีธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะดอกไม้ป่า ทางเดินที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียว บึงน้ำเล็กๆ ทะเลสาบ และภูเขาที่ทั้งยิ่งใหญ่และสวยงาม ที่สำคัญที่เกาะซาโดะแห่งนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง “นกช้อนหอยหงอนญี่ปุ่น (Japanese crested ibis)” อีกด้วย ซึ่งอันที่จริงแล้ว พวกมันสูญพันธุ์ไปจากแหล่งที่อยู่ธรรมชาติตั้งแต่ในปี ค.ศ. 2003 แต่ว่าด้วยโครงการเพาะพันธุ์และผสมพันธุ์เทียมก็ทำให้พวกมันเหลือรอดอยู่ได้

โอ้ ทะเลแสนงาม

ขึ้นชื่อว่าเกาะ แน่นอนว่าก็ต้องมีทะเลล้อมรอบถูกไหมคะ ทะเลที่เกาะซาโดะก็ขึ้นชื่อในเรื่องความงามเช่นกัน โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถว่ายน้ำและสำรวจหินรูปทรงแปลกๆ ที่มีใหเห็นอยู่รอบๆ เกาะ เช่น “อากางาเมย์วะ (Akagameiwa)” ซึ่งเป็นหินที่เกิดจากหินควอตซ์ที่เต็มไปด้วยธาตุเหล็กทำให้มีสีแดง ซึ่งมีตำนานเล่าขานกันว่ามันเคยเป็นเต่ายักษ์ตัวหนึ่ง ที่กลายสภาพมาเป็นหินหลังจากได้ช่วยชีวิตชาวประมงผู้หนึ่งไว้

 

A post shared by ryu (@ryu.ku.u) on

จะเห็นได้ว่าเกาะซาโดะนั้นเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่รวมกันอยู่ในที่เดียวกัน  จึงเป็นที่ที่น่าไปท่องเที่ยวมากเลยค่ะ ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ที่สนใจเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งไม่ว่าจะไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือจะพักแรมบนเกาะสักคืนสองคืน  ก็ดูจะเป็นทริปที่น่าสนทั้งคู่  สำหรับผู้ที่ต้องการพักแรมบนโกะซาโดะ  ที่นั่นมีเรียวกังเปิดบริการ  โดยที่มีบ่อออนเซ็นให้แช่พลางชมบรรยากาศอันสวยงาม และดื่มด่ำกับอาหารทะเลสดๆบนเกาะ  ก่อนที่จะเดินทางกลับนีงาตะด้วยความอิ่มอกอื่มใจค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : SoraNews24


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -