โรงแรม โอคุระ โตเกียว (Hotel Okura Tokyo) จะกลับมาในรูปแบบใหม่ เดอะ โอคุระ โตเกียว (The Okura Tokyo) กันยายน 2019!!

โรงแรมโอคุระ โตเกียว (Hotel Okura Tokyo) ได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จะมีการปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ โดยคาดการณ์ว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในต้นเดือนกันยายน 2019 โดยจะใช้ชื่อว่า “เดอะ โอคุระ โตเกียว (The Okura Tokyo)” โดยจะปรับปรุงตัวโรงแรมโอคุระแต่เดิมที่มีชื่อเสียงและมีอายุเก่าแก่ โดยจะปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น แต่จะไม่ละทิ้งมนต์เสน่ห์ของสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยจะผสมผสานทั้งความทันสมัยและสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างลงตัว 

 

รีโนเวทปรับปรุงโฉมครั้งใหญ่บนพื้นที่ตั้งเก่า

อาคารเปิดใหม่จะมีห้องพักสุดหรูถึง 508 ห้อง โดยจะมีอาคารหลักสองหลัง ตั้งอยู่ที่พื้นที่ของโรงแรมโอคุระแต่เดิมใจกลางมหานครเมืองโตเกียว กว่าครึ่งของพื้นที่ปกคลุมไปด้วยสีเขียวชอุ่มของพรรณไม้นานาพันธุ์ภายในสวนที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ทางโรงแรมจะเปิดให้เริ่มจองห้องพักส่วนตัวล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2019 ส่วนการจองห้องสำหรับการประชุม สัมมนา และการจัดนิทรรศการนั้น จะเปิดให้จองได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 เป็นต้นไป

อาคารมรดกแห่งโอคุระ (The Okura Heritage Wing)

ตัวอาคารหลังเล็กนั้น ได้ชื่อว่า “เดอะ โอคุระ เฮอริเตจ วิงก์ (The Okura Heritage Wing – อาคารมรดกของโอคุระ)” โดยที่อาคารนี้จะมีเค้าเตอร์ต้อนรับเป็นของตนเอง ตัวอาคารจะมีความสูง 75 เมตร ตัวโครงสร้างอาคารจะแบ่งออกเป็น 17 ส่วน โดยที่จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สีเขียวของสวนพฤกษชาติได้ 3 ด้าน ภายในอาคารหลังนี้จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายและมนต์เสน่ห์แบบญี่ปุ่น นอกจากนี้ภายในยังมีภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น “ยามาซาโตะ” (Yamazato) เตรียมพร้อมที่จะเปิดต้อนรับทุกท่าน และห้องพิธีชงชาแบบดั้งเดิม “โจโช-อัน” (Chosho-an) ที่เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้สมกับเป็นญี่ปุ่นในรูปแบบดั้งเดิมที่ทุกคนคุ้นเคย

อาคาร โอคุระ เพรสทีจ ทาวเวอร์ (Okura Prestige Tower) 

ส่วนอาคารที่มีขนาดใหญ่กว่านั้น มีชื่อว่า “อาคาร โอคุระ เพรสทีจ ทาวเวอร์ (Okura Prestige Tower)” จะมีความสูง 188 เมตร โครงสร้างอาคารแบ่งออกเป็น 41 ส่วน โดยจัวอาคารนั้นจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ ห้องพักสำหรับแขกจะอยู่ตั้งแต่ชั้นที่ 28 ขึ้นไป โดยทุกๆห้องนั้นสามารถที่จะชื่นชมวิวทิวทัศน์ของเมืองโตเกียวได้ทั้งหมด ทางโรงแรมมีบริการห้องอาหารสำหรับรับประทานอาหาร รวมถึงสำหรับจัดงานเลี้ยงให้เลือกใช้บริการ นอกจากนี้ที่โอคุระยังมีห้องบอลรูมขนาดใหญ่ที่สุดของบรรดาโรงแรมในโตเกียวให้บริการ  ถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งหากว่าต้องการจัดงานประชุมนานาชาติ 

“ความเรียบง่ายคือความซับซ้อนที่สุด”

“ดังคำกล่าวของลีโอนาโด ดาวินซี่ ‘simplicity is the ultimate sophistication’ (ความเรียบง่ายคือความซับซ้อนที่สุด) นั่นเป็นสิ่งเดียวกับที่พวกเราพยายามทำให้โอคุระเป็น โดยผสมผสานศิลปะสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่ก็ดูหรูหราสวยงาม เหมือนดังหลักปรัญชาที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น” โทชิฮิโระ โอกิตะ ประธานโรงแรมโอคุระได้กล่าวไว้ “มันอาจจะเป็นเรื่องน่าเศร้า ที่พวกเราจำเป็นต้องให้อาคารเดิมเก่าแก่ของโอคุระที่เป็นที่รักของพวกเรา ปลดเกษียณหลังจากใช้งานมายาวนาน แต่พวกเรามั่นใจอย่างยิ่งว่าโอคุระในโฉมใหม่นั้น จะเป็นที่รักของแขกผู้เข้าพักเหมือนดังที่เคยรักโอคุระเรือนเดิมหรือมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม  โดยทางโอคุระจะให้บริการในรูปแบบสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมอำนวยความสะดวกในทุกๆด้าน โดยหวังอย่างยิ่งว่าจะทำให้แขกผู้เข้าพักได้รับความประทับใจดีที่สุดมิรู้ลืม”

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอคุระ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอคุระ (The Okura Museum of Art) เองก็จะมาในรูปโฉมใหม่เช่นกัน  พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1917 โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดำเนินการโดยเอกชนเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่น และจะเปิดตัวใหม่เพื่อเป็นแหล่งดึงดูเหล่านักท่องเที่ยวผู้มีใจรักในงานศิลปะต่างๆ โดยภายในพิพิณธภัณฑ์มีงานศิลปะมากกว่า 2,500 ชิ้น โดยที่ 3 ชิ้นในนี้เป็นมรดกของชาติด้วย นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานที่มีค่ายิ่งทางด้านมรดกวัฒนธรรม 13 ชิ้น และ 44 งานศิลป์สำคัญที่ออกแบบโดยรัฐบาลญี่ปุ่น ตัวอาคารดั้งเดิมนั้นถูกออกแบบให้ผู้เข้าชมรู้สึกประทับใจตั้งแต่ปากทางเข้า โอคุระ สแควร์ (Okura Square) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงฤดูกาลต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป และช่วงเวลาต่างๆของวัน

ก้าวสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโรงแรมโอคุระ

โรงแรมโอคุระนั้นเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1962 โดยเป็นโรงแรมชื่อดังชั้นแนวหน้าที่เคยได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้วในด้านความสวยงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม และการอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมทั้งด้านอาหารและด้านการให้บริการ ซึ่งการตกแต่งแบบดั้งเดิมนั้นก็จะถูกใช้ใน อาคาร โอคุระ เพรสทีจ ทาวเวอร์ ด้วย ซึ่งรวมไปถึง รวมถึงโคมไฟเพดานแบบเหลี่ยมรูปหกเหลี่ยม  โต๊ะและเก้าอี้ที่จัดวางไว้เป็นรูปทรงดอกพลัม แผนที่โลกและนาฬิกาแสดงโซนเวลาทั่วโลก และโคมไฟตั้งโต๊ะที่สวยงามและเรียบง่าย  โดยจะมีสิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้าไปด้วย เช่น ม่านแขวนผนังลายดอกไม้สี่กลีบซึ่งเป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติ เคนคิจิ โทมิโมโตะ และหน้าต่างกระดาษ (shoji) ที่มีลวดลายรูปแบบ อาสะโนะฮะ-มอน (Asanoha-mon)  ส่วนของภัตตาคารกับโซนบาร์นั้นออกแบบโดย โยชิโอะ ทานิงุจิ สถาปนิคชื่อดัง ผู้เคยออกแบบพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่นิวยอร์ค (Museum of Modern Art in New York) และเป็นลูกชายของ โยชิโอะ ทานิงุจิ ผู้เคยได้ออกแบบล็อบบี้ที่มีชื่อเสียงของโรงแรมโอคุระเก่าด้วย

“ล็อบบี้เดิมที่ออกแบบโดยพ่อได้รับความนิยมอย่างมาก” โยชิโอะ ทานิงุจิ กล่าว “ดังนั้นผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับมอบหมายให้สร้างสรรค์งานออกแบบที่โดดเด่นของญี่ปุ่น ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับแขกผู้มาเยือนในหลายปีข้างหน้า” 

โรงแรมโอคุระนั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และกำลังจะก้าวเข้าสู่ช่วงยุคสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของโรงแรม ด้วยที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองโตเกียวจึงสะดวกในการเดินทางในทุกๆด้าน และเป็นโรงแรมชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่นจึงมั่นใจได้ในการบริการได้เลยค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าพักก็สามารถจับจองห้องได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2019 นะคะ แล้วมาติดตามดูก้าวใหม่ของโรงแรมโอคุระกันค่ะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก : japantoday.com


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -