เที่ยวญี่ปุ่นช่วงซัมเมอร์ปีนี้กับ 10 เทศกาลเด็ดที่ไม่ควรพลาด!

หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงฤดูใบไม้ผลิไป ฤดูร้อนก็เข้ามาเยือนพร้อมกับเสียงกลองไทโกะ (taiko) แผงขายอาหารข้างทางยามค่ำคืน ชุดยูกาตะ (yukata) แสนสวย การเล่นช้อนปลาทองตามงานเทศกาลต่างๆ สิ่งเหล่านี้ก็คือสีสันของฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่พลาดไม่ได้ 

แน่นอนว่ามีสิ่งต่างๆมากมายที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของฤดูร้อนญี่ปุ่น เช่น แตงโม น้ำอัดลม น้ำแข็งไส (kakigori) เหล้าหวานญี่ปุ่น (chu hi) รสชาเขียว การเต้นระบำบง และชุดยูกาตะ มีมากมายหลายอย่าง แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหลากหลายสถานที่ เพราะทั้งหมดนี้ก็จะรวมอยู่ในเทศกาลหน้าร้อนของญี่ปุ่นนั่นเอง  ในวันนี้จะนำเอา 10 เทศกาลในฤดูร้อนเด็ดๆที่ไม่ควรพลาดมาให้เช็คลิสต์กันเลย ไปญี่ปุ่นช่วงซัมเมอร์นี้ มีเทศกาลไหนน่าเก็บบ้าง

1. Sumida River Fireworks Festival, Tokyo (เทศกาลดอกไม้ไฟที่แม่น้ำสุมิดะ, โตเกียว)

ว่ากันว่าเทศกาลนี้เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1733  จัดว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลดอกไม้ไฟในฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงสุดๆ (และคนก็แน่นสุดๆ) ของโตเกียวเลยค่ะ ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาจนเกือบ 4 ศตวรรษ เทศกาลนี้อยู่รอดในยุคปฏิรูปสมัยเมจิ และคงอยู่เรื่อยมาจนมาหยุดชะงักเอาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนหลงเหลือเป็นเพียงเทศกาลเล็กๆ แต่แล้วในปี ค.ศ. 1977 เทศกาลนี้ก็กลับมาจัดยิ่งใหญ่คึกคักขึ้นอีกครั้ง  และในปี 2018 นี้นั้นก็ถือว่าเป็นปีครบรอบ 41 ปีของเทศกาลในรูปแบบทุกวันนี้ค่ะ  เป็นเทศกาลที่นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมดอกไม้ไฟนับ 20,000 ลูกเลยทีเดียว แต่ถ้าต้องการจะไปเที่ยวเทศกาลนี้ ขอให้เตรียมตัวให้ดี! ในปีก่อนนั้นมียอดผู้เข้าร่วมชมสูงถึงเกือบล้านคนเลยทีเดียว ดังนั้นขอให้เตรียมรับมือกับฝูงชนด้วยค่ะ ครอบครัวใดจะพาลูกๆไปชมด้วย ขอให้วางแผนรับมือป้องกันการพลัดหลงให้ดีด้วยนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: เสาร์ 28 ก.ค. 2018 เวลา 7P.M. – 8:30P.M. (กรณีที่สภาพอากาศย่ำแย่ เช่นมีฝนตกลงมา เทศกาลจะถูกเลื่อนไปจัดในวันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. แทน)
สถานที่: แม่น้ำสุมิดะ โตเกียว
การเข้างาน:
จุดที่1 อยู่ใกล้สถานีอาซาคุสะ (Asakusa Staion) กับ สถานีฮอนโจ-อาซึมาบาชิ (Honjo-Azumabashi Station)
จุดที่2 อยู่ใกล้สถานีคุรามาเอะ (Kuramae Station) กับ สถานีเรียวโกคุ (Ryogoku Station)


2. Shinjuku Eisa Matsuri, Tokyo (ชินจูกุ เอย์สะ มัทสึริ, โตเกียว)

เอย์สะมัทสึรินั้นถือกำเนิดขึ้นมาบนเกาะที่เป็นต้นกำเนิดของ จินสุโกะ (chinsuko ขนมพื้นเมืองก่าแก่ของโอกินาว่า คล้ายๆบิสกิต) และน้ำตาลทรายแดง การเต้นระบำของโอกินาว่านั้นจึงไม่เหมือนที่ไหนๆของญี่ปุ่น และแน่นอนว่าในเทศกาลเอย์สะนี้ก็เช่นกัน ชุดแต่งกายพื้นเมือง การตีกลอง และท่าเต้นนั้นต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโอกินาว่า ผู้เข้าร่วมเต้นในงานเทศกาลส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัย 20-30 ปี  ต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ไม่ได้ถูกบันทึกไว้แน่ชัด แต่มีทฤษฎีที่กล่าวว่าชื่อเทศกาลนี้มาจากคำอุทานในเพลงต้นฉบับของเอย์สะ ซึ่งก็คือ ‘เอนซา’ (ensaa) 

ในปีนี้นั้นจะครบรอบ 44 ปีของเทศกาลเอย์สะ ทางผู้จัดงานจึงคาดว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมชมเทศกาลมากถึงล้านคน และแน่นอนเช่นเดิม สำหรับนักท่องเที่ยว ขอให้เตรียมวางแผนรับมือกับฝูงชนมหาศาลด้วยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: เสาร์ 28 ก.ค. 2018 เวลา 12P.M. – 8P.M.
สถานที่: ชินจูกุ โตเกียว
การเข้างาน: สถานีชินจูกุ (Shijuku Station) ทางออกฝั่งตะวันตก


3. Fukagawa Matsuri, Tokyo (ฟุกางาว่า มัทสึริ, โตเกียว)

ชื่ออย่างเป็นทางการของเทศกาลนี้คือ ฟุกางาว่า ฮะจิเมง มัทสึริ (Fukugawa Hachiman Matsuri) ถือว่าเป็น 1 ใน 3 เทศกาลใหญ่ของศาสนาชินโตในโตเกียวเลยทีเดียว (อีก 2 เทศกาลคือ คันดะ มัทสึริ – Kanda Matsuri กับ ซันโนะ มัทสึริ –  Sanno Matsuri ) ฟุกางาว่า มัทสึริ นี้ จะจัดขึ้นที่ศาลเจ้าชินโต โทมิโอกะ ฮะจิมัง ในเขตโกโต ย้อนกลับไปยังสมัยปีค.ศ. 1642 ในเทศกาลนี้จะมีการแบก มิโคชิ (mikoshi – ซุ้มศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์) ไปตามถนน โดยที่ผู้เข้าร่วมเทศกาลสองข้างทางนั้นก็จะสาดน้ำชำระล้างไปยังคนที่แบกซุ้ม ดูบางจุดก็คล้ายๆกับสงกรานต์บ้านเรานะคะ แน่นอนว่าเทศกาลนี้มีการเปียกเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นถ้าจะมาเข้าร่วมขอให้เตรียมเก็บของสำคัญ และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เปียกน้ำไม่ได้ไว้ในซองกันน้ำให้แน่นหนาด้วยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: วันเสาร์ที่ 11 ส.ค. 2018 – วันพุธที่ 15 ส.ค. 2018 เวลา 9A.M. – 9P.M. (มีหลากหลายอีเว้นท์ตลอดทั้งวัน และระยะเวลาค่อนข้างไม่ตายตัว)
สถานที่: ศาลเจ้าโทมิโอกะ ฮะจิมัน โตเกียว
การเข้างาน: สถานีมอนเซ็น-นากาโจ (Monzen-nakacho Station) ทางออก 1


4. Azabujuban Noryo Matsuri, Tokyo (อาซาบุจูบัน โนเรียว มัทสึริ, โตเกียว)

โนเรียว (Noryo) ในที่นี้แปลว่า “ค่ำคืนฤดูร้อน” ถ้าหากแปลตามคำศัพท์โดยตรง  แต่ความหมายที่แท้จริงนั้นหมายถึง “หนีความร้อนและหาที่เย็นๆ” เทศกาลนี้ถือว่าเป็นเทศกาลเกิดใหม่ และเป็นที่นิยมกันในบรรดาคนรุ่นใหม่ของญี่ปุ่น โดยที่ผู้เข้าร่วมงานหลัก 30,000 คนนั้นเป็นวัยรุ่น  ที่ทั้งหมดนั้นมีเป้าหมายเดียวกัน ก็คือมาหาของกิน ร้านแผงลอยในเทศกาลนี้รวบรวมเอาอาหารทั่วญี่ปุ่นมาไว้ในที่เดียว ตั้งแต่เหนือสุดอย่างฮอคไกโดไปจนถึงใต้สุดอย่างโอกินาว่า และแน่นอน เทศกาลนี้ก็มีการเต้นระบำบงด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ของงานเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: เสาร์ 25 ส.ค. – อาทิตย์ 26 ส.ค. เวลา 3P.M. – 9P.M.
สถานที่: ย่านการค้าอาซาบุจูบัน (Azabu-juban shopping district) โตเกียว
การเข้างาน: สถานีอาซาบุจูบัน (Azabujuban Station) ทางออก 4


5. Koenji Kawaodori, Tokyo (โคเอนจิ คาวาโอโดริ, โตเกียว)

ต้นกำเนิดมาจากจังหวัดโทคุชิมะ ภูมิภาคชิโกกุ  อาวาโอโดริ (Awaodori) นั้นจัดว่าเป็นรูปแบบการเต้นระบำบงที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของญี่ปุ่น  เทศกาลนี้จัดขึ้นในโตเกียวมาราวๆ 56 ปีก่อน จนในปัจจุบันเทศกาลนี้นับว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่สุดในโตเกียว โดยมีผู้เข้าร่วมเต้นมากถึง 10,000 คน และจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนโคเอนจิ (Koenji) ในปีก่อนนั้นมียอดนักท่องเที่ยวสูงถึงเกือบล้านคน  ก็ขอให้เตรียมรับมือกับฝูงคนดวยค่ะ แต่เทียบกันแล้ว สีสันของงานนี้น่าดึงดูดจนหลงลืมเรื่องจำนวนคนไปได้เลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: เสาร์ 25 ส.ค. – อาทิตย์ 26 ส.ค. เวลา 5P.M. – 8 P.M.
สถานที่: ถนนโคเอนจิมินามิ ซอย 2 3 4 กับถนนโอเอนจิคิตะ ซอย 2 3  ซุงุนามิ โตเกียว
การเข้างาน: สถานีโคเอนจิ (Koenchi Station)


6. Soma Nomaoi, Fukushima (โซมะ โนมาโออิ, ฟุคุชิมะ)

 

เป็นเทศกาลสำหรับเหล่านักเพาะพันธุ์ม้าและผู้ที่ชื่นชอบม้าทั้งหลาย ในปีนี้นั้นทางเมืองโซมะ จังหวัดฟุคุชิมะ ได้จัดเทศกาลโซมะ โนนาโออินี้มาครบรอบ 1,000 ปี โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างศาลเจ้า 3 แห่ง คือ ศาลเจ้าโอตะ (Ota Shrine) ศาลเจ้าโอดากะ (Odaka Shrine) และ ศาลเจ้านากามุระ (Nakamura Shrine) 

ไฮไลท์ของงานเทศกาลนี้ก็คือการต่อสู้บนหลังม้าแบบยุคเซนโกคุนั่นเองค่ะ โดยที่ผู้เข้าร่วมกินกรรมนี้ก็จะสวมใส่ชุดเกราะในแบบชุดเกราะโบราณ รวมถึงใช้อาวุธคือดาบคาตานะ นอกจากนี้เหล่าซามูไรก็จะถือธงประจำศาลเจ้า 40 ผืน โบกสะบัดไปมาพร้อมๆกับควบม้าทะยานไปในพื้นที่สนามรบจำลองนี้ด้วยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: เสาร์ 28 ส.ค. – จันทร์ 30 ส.ค. 2018 เวลา ตั้งแต่ 9:30 A.M.
สถานที่: ที่ราบโนมาโนอิ เกียวเร็ตสึ และ ฮิบาริกาฮาระ  เมืองโซมะ จังหวัดฟุคุชิมะ
การเข้างาน: สถานี เจอาร์ ฮาราโนะมาจิ (JR Haranomachi Station)


7. Aomori Nenuta Matsuri, Aomori (อาโอโมริ เนบุตะ มัทสึริ, อาโอโมริ)

 

หรือเรียกในชื่อสั้นๆว่า อาโอโมริ เนบุตะ (Aomori Nebuta)  เป็น 1 ใน 3 เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ คำว่า “เนบุตะ” (nebuta) นั้นมีความหมายถึงโคมลอยกระดาษขนาดขนาดมหึมาที่ทำเป็นรูปนักรบที่มีสีหน้าดุดัน โดยในการอ้างอิงถึงประวัติศาสตร์เหตุการณ์หนึ่งคือ โชกุน ซากาโนะอุเอะ โนะ ทามุรามาโระ ผู้มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นคนวางและจุดโคมกระดาษขนาดยักษ์บนยอดเขา และตั้งฐานที่มั่นพร้อมด้วยทหารจำนวนหนึ่งที่อยู่ภายใต้บัญชา รอจังหวะที่จะลอบโจมตีเผ่าเอมิชิ (Emishi)  

ในปัจจุบันนี้ ผู้ที่เข้าร่วมเต้นในเทศกาลนี้จะแต่งกายด้วยชุดอันเป็นเอกลักษณ์ (มีรูปร่างคล้ายกิโมโน และสวมหมวดที่มีรูปร่างเหมือนตะกร้าผลไม้) เรียกว่า “ฮาเนโตะ” (haneto) โดยขณะที่เต้นนั้นก็ส่งเสียงร้องว่า “ราสเซร่า” (rassera) ไปด้วย เทศกาลนี้ถือว่าเป็น 1 ในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น ดังนั้นจึงไม่ควรพลาดที่จะไปเห็นด้วยตาดูสักครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: พฤหัสบดี 2 ส.ค. – อังคาร 7 ส.ค. 2018 เวลา 7:10P.M. – 9P.M. (วันที่ 2 – 6 ส.ค.) และ 7:15P.M. – 9P.M. (วันที่ 7 ส.ค.)
สถานที่: อาโอโมริ ซิตี้ ฮอลล์ (และบริเวณโดยรอบ)
การเข้างาน: สถานี เจอาร์ อาโอโมริ (JR Aomori Station)


8. Sendai Tanabata Matsuri, Miyagi (เซนได ทานาบาตะ มัทสึริ, มิยาหงิ)

คำว่า “ทานาบาตะ” นั้นมีความหมายตามตัวอักษรว่า “ค่ำคืนที่7” ซึ่งมีที่มาจากเทศกาลของจีน “ชีซี่” (Qixi) ซึ่งเป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองให้แก่การพบกันของ หนุ่มเลี้ยงวัว และ สาวทอผ้า ซึ่งรู้จักชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า ฮิโกะโบชิ กับ โอริฮิเมะ 

ทานาบาตะนั้นจัดขึ้นทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าถามว่าที่ไหนจัดงานได้ยิ่งใหญ่ที่สุดมีชื่อเสียงที่สุด ก็ต้องงานที่เซนไดแห่งนี้เองค่ะ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากถึงเกือบถึงสองล้านคน และกระดาษขอพรนับพันใบที่ถูกแขวนประดับประดาอยู่บนกิ่งไผ่ เป็นภาพที่ไม่ควรพลาดค่ะ หากว่าต้องการชมเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่นให้ซึมซับความรู้สึกของเทศกาลนี้ได้ดีที่สุด ก็ต้องมาที่เซนไดค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: จันทร์ 6 ส.ค. – พุธ 8 ส.ค. 2018 เวลา 10A.M. – 10P.M. (วันที่ 6 – 7 ส.ค.) และ 10A.M.-9P.M. (วันที่ 8 ส.ค.)
สถานที่: จตุรัสในสวนโคโตได (Kotodai Park Citizens’ Square) อยู่บริเวณใจกลางเซนไดและมกล้ๆกับย่านการค้า
การเข้างาน: สถานี เจอาร์ เซนได (JR Sendai Station)

9. Kyoto Gozan Okuribi (เกียวโต โกซัน โอคุริบิ, เกียวโต)

โกซัน โนะ โอคุริบิ ( Gozan no Okuribi แปลความหมายตามตัวอักษรได้ว่า ห้าภูเขาแห่งไฟอำลา ) หรือในเกียวโตรู้จักกันในชื่อ ไดมอนจิ ( Daimonji แปลว่าตัวอักษรขนาดใหญ่ ) เป็นเทศกาลของญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับเทศกาลฮาโลวีน (Haloween) ของประเทศตะวันตกได้เลย 

ในเทศกาลโอบงนั้น ทุกๆบ้านในญี่ปุ่นต่างก็เตรียมบ้านเพื่อต้อนรับเหล่าวิญญาณของบรรพบุรุษซึ่งเชื่อกันว่าจะกลับมาเยี่ยมเยือนลูกหลานบนผืนโลก และใน 3 วันถัดมานั้น ก็จะมีการจุดกองไฟขนาดใหญ่รอบเมืองเกียวโต เป๋็นรูปตัวอีกษรจีน 5 ตัว ดังต่อไปนี้ ไดมอนจิ (ขนาดใหญ่ หรือ ยิ่งใหญ่) เมียวโฮ ( ความอัศจรรย์ของธรรมมะ สื่อถึงคำสอนของศาสนาพุทธ) ฟุนางาตะ (รูปร่างเหมือนเรือ) ฮิดาริ ไดมอนจิ (สิ่งยิ่งใหญ่ที่หลงเหลือไว้) โทริอิกาตะ (รูปทรงประตูศาลเจ้า) ซึ่งภาพที่มองเห็นนี้ดูยิ่งใหญ่มาก และสื่อไปถึงหลากหลายความรู้สึก หลากหลายความหมาย หากจะเข้าใจได้ถึงเทศกาลโอบงได้อย่างแท้จริง ก็ต้องไม่พลาดงานนี้ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: พฤหัสบดี 16 ส.ค. 2018 เวลา 8P.M. – 8:30P.M.
สถานที่: ใจกลางเกียวโต สามารถชมวิวทิวทัศน์ในมุมกว้างได้จากสวนฟุนาโอะคายามะ (Funaokayama Park)
จุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของแต่ละตัวอักษร:
ไดมอนจิ – ริมฝั่งแม่น้ำคาโมะ ทางด้านตะวันออก (แถวสะพานมารุตามาจิ (Marutamachi Bridge) – สะพานมิโสะโนะ (Misono Bridge)
เมียวโฮ – แถววิทยาลัยหญิงนอสเทรอดาม (Notre Dame Women’s College) 
ฟุนางาตะ – บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของสะพานคิตายามะ
ฮิดาริ ไดมอนจิ – บริเวณสถานีไซอิน (Saiin Station) – วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple)
โทริอิกาตะ – บริเวณ ซากะ อาราชิยามะ (Saga Arashiyama)


10. Kishiwada Danjiri Matsuri (คิชิวาดะ ดันจิริ มัทสึริ, โอซาก้า)

เทศกาล คิชิวาดะ ดันจิริ นี้ จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1703 เมื่อ  โอคาเบะ นากายาสุ ผู้เป็นไดเมียว ( daimyo – ตำแหน่งเจ้าผู้ครองที่ดินในยุคศักดินา) ของปราสาทคิชิวาดะ (Kishiwada) ขอพรต่อเทพเจ้าชินโตเพื่อขอให้การเกษตรเก็บเกี่ยวได้ผลดี ในปัจจุบันนี้ เทศกาลนี้ได้เป้นตัวแทนของความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ของโอซาก้า เด็กชายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างก็จะเข้าร่วมทดสอบความกล้าหาญ โดยจะเต้นอยู่บนหลังคาซุ้มขบวนแห่ทั้ง 35 ซุ้ม ที่รู้จักกันในชื่อว่า “ดันจิริ” (Danjiri) ซุ้มทั้งหมดนั้นถูกทำอย่างปราณีต และแกะสลักด้วยมือทั้งหมด แถมแต่ละซุ้มนั้นหนักถึง 3,000 กิโลกรัมเลยทีเดียว ไฮไลท์ของงานคือตรงจุดที่ขบวนแห่ทั้งหมดและดันจิริจะเลี้ยวหักมุม 90 องศา ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายมากและก็เรียกเสียงเชียร์จากผู้เข้าชมงานได้มากที่สุดเช่นเดียวกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

วันเวลา: ศุกร์ 14 ก.ย. – อาทิตย์ 16 ก.ย. 2018 และ เสาร์ 6 ต.ค. – อาทิตย์ 7 ต.ค. 2018
สถานที่: ใกล้กับสถานีคิชิวาดะ (Kishiwada Station) เมืองคิชิวาดะ ภูมิภาคโอซาก้า
การเข้างาน: สถานีคิชิวาดะ (Kishiwada Station)


หมดแล้วค่ะสำหรับเทศกาลสุดเด็ดที่แนะนำสำหรับหน้าร้อนปีนี้  บางเทศกาลวันและเวลาจะชนกันนะคะ ขอให้สำรวจเวลาและสถานที่ให้แน่นอนก่อนการเดินทางด้วยค่ะ จะได้ไม่พลาดเทศกาลที่ตั้งหน้าตั้งตารอค่ะ หวังว่าทริปการไปเที่ยวญี่ปุ่นซัมเมอร์นี้จะสนุกถูกใจ และเป็นทริปที่ประทับใจมิรู้ลืมนะคะ

เครดิตข้อมูลและรูปภาพ: savvytokyo.com


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -