แนะนำ 6 จุดชมวิวทิวทัศน์และมองดูฝูงชนเร่งรีบอันเป็นเสน่ห์ของมหานครเมืองโตเกียว!

สิ่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมือง “โตเกียว (Tokyo)” ไปแล้วก็คือภาพฝูงชนที่เร่งรีบหน้า “สถานีชิบุย่า (Shibuya Station)” ทุกๆคนที่มาเยือนโตเกียวอย่างน้อยก็ต้องเคยมาเยือนที่นี่สักครั้งหนึ่ง ภาพผู้คนเร่งรีบข้ามถนนที่นี่นั้น เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปเสียแล้ว

ในหนนี้จะมาแนะนำ 6 จุดที่สามารถดูภาพความเร่งรีบของมหานครโตกียวนี้ได้ในมุมมองจากที่สูง (bird eye view) จะมีที่ไหนบ้างงนั้นติดตามอ่านได้เลยค่ะ

1. มองดูผู้คนเร่งรีบข้ามถนนจากบนดาดฟ้าตึก Magnet by Shibuya 109

ห้างชิบูย่า 09 (Shibuya 109) เป็นห้างที่มีอาคารสูงและเหมาะกับการชมวิวทิวทัศน์ของเมืองโตเกียวจากบนที่สูงเป็นอย่างดี จากมุมนี้ เราจะสามาถมองสำรวจฝูงชนที่เดินตรงหัวมุมของ ถนนโดเกนซากะ (Dogenzaka) กับ ถนนบุนคามุระ (Bunmakura) ในปัจจุบันนี้อาคารได้ถูกปรับปรุงใหม่และได้ชื่อใหม่ว่า Magnet by Shibuya 109 ค่ะ

ที่อาคารนี้ชั้น 7 ซึ่งที่นี่คุณจะสามารถท้าชิงการกิน แฟตเบอร์เกอร์ไซส์ XXXL ของร้านคิงเบอร์เกอร์ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นเบอร์เกอร์ที่มีทั้งเนื้อเบอร์เกอร์และชีสซ้อนเรียงกันถึงหกชั้นเลยทีเดียวค่ะ ถ้าจะไปลองท้าชิงก็เตรียมท้องไปดีๆนะคะ~~ นอกจากเบอร์เกอร์แล้ว ที่นี่ยังมีร้าน Onigiri Bar ซึ่งเสิร์ฟ “ข้าวปั้น (โอนิกิริ – Onigiri)” ถ้าหากว่าไม่ต้องการทางอะไรรองท้องล่ะก็ สามารถตรงไปยังชั้นดาดฟ้าได้เลยค่ะ

โดยการไปชั้นดาดฟ้านั้นไม่ยาก เพราะมีป้ายบอกทางบอกตลอดทางค่ะ เพียงแค่เดินตามป้ายไปเท่านั้น เมื่อไปถึงแล้วก็จะสามารถมองชมวิวและมองดูภาพผู้คนเบื้องล่างที่กำลังเร่งรีบได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ นอกจากภาพฝูงชนแล้วก็ยังมองสภาพรอบๆ ด้านได้อีกด้วย จะพบเห็นภาพศิลปะบนกำแพง “กราฟิตี้ (Graffiti)” อีกด้วยค่ะ

จุดชมวิวแห่งนี้ในปีนี้จะเปิดตั้งแต่ก่อนช่วงโกลเด้นวีคเล็กน้อย ในช่วงเดือนพ.ค. คิวอาจจะเต็มเนื่องด้สยมีงานอีเว้นท์ และอาจจะมีฝนตก อย่างไรก็ตามในเดือน มิ.ย.นั้น ทางสต๊าฟได้ตั้งตู้เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติไว้ภายนอกเพื่ออำนวยความสะดวกในช่วงเวลาคนเยอะแล้วค่ะ

รายละเอียดอื่นๆ

เวลาเปิดทำการ: 11A.M. – 11P.M. ทุกวัน
สถานที่: ชั้นดาดฟ้า (Mag’s Park) ตึก Magnet by Shibuya 109
เว็บไซต์หลัก (ภาษาญี่ปุ่น) : https://www.shibuya109.jp/MAGNET/
ค่าเข้า: 500 เยน


2. ทานอาหารและดื่มด่ำไปกับภาพทิวทัศน์จากมุมสูง 100 เมตรของเซนได

จุดที่ไม่ค่อยเป็นที่กล่าวถึงในการชมภาพผู้คนเร่งรีบนั้นอาจจะกล่าวว่าคือที่เซนไดนี้เอง ที่ภัตรคารที่ตั้งอยู่บนชั้นที่ 25 ของตึก Shibuya Excel Hotel Tokyu  ที่นี่คุณจะได้มองลงมาจากหน้าต่างราช้านอาหารชุนไซ (Shunsai) และสามารถชมภาพทิวทัศน์เบื้องล่างไปพร้อมๆกับลิ้มรส ชุดอาหารญี่ปุ่น (kaiseki) สุดแสนอร่อยไปได้ในเวลาเดียวกัน โดยที่ที่ภัตรคารนี้จะสามารถจองโต๊ะได้ในมื้อกลางวันและมื้อเย็น  ส่วนอาหารเช้านั้นไม่รับจองโต๊ะ เป็นแบบใครมาก่อนก็ได้ที่นั่งก่อน

สำหรับราคาค่าอาหารนั้น ที่ถูกที่สุดคือ ชุดอาหารเช้าแบบญี่ปุ่น (2,851 เยน) และ ชุดเบนโตะอาหารกลางวัน (2,900 เยน) ส่วนราคาสำหรับชุดอาหารเย็นนั้นตกอยู่ที่ 6,500 เยนขึ้นไป

นอกจากร้านชุนไซแล้ว ที่ชั้น 25 นี้ยังมีภัตรคารอาหารฝรั่งเศส A Bientot อีกด้วย ที่นี่จะมีอาหารสไตล์ตะวันตกให้คุณได้เลือกรับประทางเป็นมื้อเช้า  แต่เสียงร่ำลือกันว่าวิวที่มองจากชุนไซนั้นสวยกว่าค่ะ

ที่นี่มีลิฟต์บริการวำหรับแขกเท่านั้น ถ้าหากว่าไม่สามารถจองโต๊ะอาหารได้จากทั้งสองร้าน ก็สามารถชมและถ่ายภาพจากในลิฟต์ได้ค่ะ แต่ถ้าหากว่าพลาดหมดทุกอย่างเลยล่ะ? ก็ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ เพราะสามารถจองห้องโรงแรมได้และบอกทางพนักงานว่าต้องการห้องที่สามารถชมวิวด้วยได้ค่ะ

รายละเอียดอื่นๆ

เวลาเปิดทำการ: 7-10:30A.M. , 11:30A.M.-3P.M. , 5:30-11P.M. ทุกวัน
สถานที่: ชั้นที่ 25 ตึก Shibuya Excel Hotel Tokyu 
เว็บไซต์หลัก (ภาษาญี่ปุ่น) : https://www.tokyuhotelsjapan.com/global/shibuya-e/restaurant/shunsai/


3. มื้ออาหารซัมเมอร์สุขสันต์ กินสลัดเน้นสุขภาพที่ L’Occitane Cafe

ถ้าหากว่าคุณแน้นการกินอาหารเพื่อสุขภาพ และต้องการชมวิวไปกินอาหารคลีนไปด้วย ก็ต้องเป็นที่ L’Occitane Cafe เลยค่ะ และถึงแม้คุณจะไม่ใช่สายสุขภาพเน้นผักก็ตาม อาหารที่นี่ก็ทำให้คุณได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารออแกนิคได้เช่นกัน

เมนูแนะนำของร้านก็คือ “Anecdotally” เป็นสลัดที่มีเนื้อเบคอนย่าง ไข่ต้ม และผักสีเขียวอันเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อน 

เป็นที่น่าเสียดายที่ในตอนนี้ร้านนี้ปิดปรับปรุงอยู่ โดยมีกำหนดการจะเปิดในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2018 

แม้ว่าวิวจากชั้นล่างนั้นอาจจะมีบางจุดที่มีต้นไม้บังบ้าง แต่วิวจากชั้น 2 และ 3 นั้นเรียกได้ว่าเป้นจุดชมวิวที่ดีเลยทีเดียว เมื่อเดือน ก.ค.มาถึง และร้านเปิดใหม่แล้วล่ะก็ หวังว่าคุณจะได้องไปนั่งกินอาหารพลางชมภาพชิบูย่าอันแสนวุ่นวายได้อย่าใกล้ๆสักครั้งดูนะคะ


4. ยืนอยู่เหนือฝูงชนในช่วงเทศกาลฮาโลวีน

ที่ชิบูยานั้น ในเวลาปกติก็คราคร่ำไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว่อยู่แล้ว  แต่ในช่วงงานเทศกาลนั้น อย่าได้มาเทียบกันเลยค่ะ เพราะความแน่นขนัดของฝูงชนนั้นเหนือกว่าเวลาปกติหลายเท่าตัว 

ในช่วง “เทศกาลฮาโลวีน” ของทุกๆ ปีนั้น ที่ชิบูย่าจะมีงานปาร์ตี้ประจำปีในตอนกลางคืน ซึ่งจะเนืองแน่นไปด้วยบรรดาผู้คนและช่างภาพมากมาย ช่างภาพส่วนหนึ่งก็เลยเลือกที่จะปีนขึ้นไปบนรูปหล่อทองเหลืองที่มีชื่อว่า 地球のうえに あそぶこどもたち (แปลว่า “เด็กๆ กำลังเล่นอยู่บนโลก” ) ซึ่งเป็นจุดนักพบอีกที่หนึ่ง ที่ดังกว่ารูปหล่อหมาผู้ซื่อสัตย์และมีชื่อเสียงมาก ฮะจิ (หรือที่ญี่ปุ่นเรียกกันว่าฮะจิโค – Hachiko) เสียอีก

ตรงจุดนี้เป็นอันรู้กันว่าเมื่อขึ้นไปยืนก็ไม่จำเป็นจะต้องระวังเท้าจากการโดนเหยียบจากฝูงชนอีกแล้ว แต่ทว่าก็จะเป็นจุดที่คุณสามารถมองสบสายตาเข้มๆ กับ DJ cops ตำรวจที่คอยดูแลความเรียบร้อยของงานในบริเวณชิบูย่าด้วยเช่นกันค่ะ


5. เก็บภาพเสี้ยวนาทีสุดท้ายก่อนลาจากชิบูย่า

ที่ “สถานีรถไฟชิบูย่า” นั้น จะมีรถไฟจาก เส้นเคโอ คิโนะคาชิระ (Keio Kinokashira Line) และ Shibuya Mark City อยู่ภายใน  ซึ่งจากจุดนี้นั้นพวกนักท่องเที่ยวมักจะเก็บภาพถ่ายสวยๆ ผ่านทางกระจก  แต่ถ้าหากว่าใช้กล้องมือถือแล้วล่ะก็ ดูเหมือนว่าจะเก็บภาพได้มุมแคบเกินไปสักหน่อยนะคะ (แต่เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะมีโหมดพาโนราม่ากันแล้ว ดังนั้นคิดว่าถ่ายมุมกว้างๆ ได้ก็ไม่น่ามีปัญหาค่ะ เพียงแค่มือต้องนิ่งๆหน่อยเท่านั้นเองค่ะ~~)

เมื่อเก็บภาพผู้คนในสถานีกันเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมถ่ายภาพวาดชื่อดังของ ทาโร่ โอคาโมโต้ “The Myth of Tomorrow” ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับด้วยนะคะ เสร็จแล้วก็ไปลุยต่อกับคลื่นมหาชน เพื่อขึ้นรถไฟต่อไปยังสถานีคิจิโจจิ  (Kichijoji) หรือ สถานีสวนอิโนคาชิระ (Inokashira Park) ได้เลยค่ะ


6. แล้วกลับมาเยือนกันใหม่ในปี 2019 ที่จุดชมวิวสูง 230 เมตร

ในตอนนี้สถานีชิบูย่ากำลังมีการปรับปรุงขนาดใหญ่กันอยู่ค่ะ นอกจากจะมีตึกสูงๆ เกิดขึ้นมาใหม่มากมายแล้ว ในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงปรับปรุงฝังเมืองด้วย  ซึ่งในขณะนี้เรียกได้ว่าดำเนินการมาถึงครึ่งทางแล้ว

ในเดือนกันยายนปีนี้จะเปิดตัว Shibuya Stream ซึ่งเป็นศูนย์การค้าช้อปปิ้งแบบครบวงจร และในปี 2019 จะมีจุดชมวิวแห่งใหม่เปิดตัว ซึ่งจะมีความสูงถึง 230 เมตร เลยทีเดียวค่ะ  ซึ่งตัวอาคารนี้จะเชื่อมต่อไปยังสถานีชิบูย่าโดยตรง และมีจุดชมวิวโดยรอบซึ่งสมารถมองดูโตเกียวทั้ง 4 ทิศทาง ซึ่งคาดกันว่าหากวันอากาศแจ่มใส ก็สามารถมองไปจนเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วยนะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับจุดชมวิวทั้ง 6 แห่งที่กล่าวมา (แม้ว่าแห่งที่ 6 ในตอนนี้จะยังไม่เปิดก็ตาม) หวังว่าทุกท่านคงได้สัมผัสบรรยากาศของชิบูย่า (Shibuya) กันได้เต็มที่นะคะ เพราะความเร่งรีบของผู้คนที่ชิบูย่านั้น ถือว่าเป็เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เสียแล้ว สำหรับการเป็นสีสันแห่งหนึ่งของมหานครเมืองโตเกียงแห่งนี้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก: blog.gaijinpot.com


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -