เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)
MENUMENU

เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น (JAPAN TRAVEL) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น
【รวบรวมมาให้แล้ว】12 วัดในเกียวโต เดินเท้าชิลๆ ไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น!

【รวบรวมมาให้แล้ว】12 วัดในเกียวโต เดินเท้าชิลๆ ไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น!

May 25, 2018 จุดท่องเที่ยว, วัดและศาลเจ้า, jptripadm

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^


วัดในเกียวโต

วัดและศาลเจ้าในเกียวโต (Kyoto) มีทั้งวัดที่เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง รวมถึงศาลเจ้าชินโตเก่าแก่และสวยงามก็เช่นกัน หลายคนเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมชมวัดในเกียวโต แทนที่จะเลือกไปในภูมิภาคอื่นๆ เพียงเพราะว่าเกียวโตเป็นภูมิภาคเก่าแก่และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่้ก่าแก่ และมีประวัติศาตร์ที่น่าสนใจหลายที่นั่นเองครับ

อย่างเช่นครั้งนี้ JP-Trip รวบรวมแผนที่ชี้จุดท่องเที่ยว “วัดในเกียวโต” ให้ทุกคนได้ตัดสินใจในการเดินทางในครั้งนี้ครับ ซึ่งขอบอกไว้เลยว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกมากๆ สำหรับคนที่ชอบงงๆ กับเส้นทางการเดินทางครับ เพราะถ้าคุณอยู่ในสถานีรถไฟในเกียวโตแล้ว เรื่องการเดินทางเข้าวัดนั้นจะเป็นเรื่องง่ายเลยทันทีครับ เพราะเราจะเดินเท้าเข้าวัดแค่ไม่ถึง 10 นาทีจากสถานีเท่านั้นครับ แหม! แนะนำมาเท่านี้คุณก็ตัดสินใจได้เลยใช่ไหมครับว่า “ฉันต้องแพคกระเป๋าแล้ว!!!” (ฮาา…) เอาเป็นว่าเราไปดูกันเลยครับว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

1. วัดฮิกะชิ ฮอนกันจิ (Higashi Honganji Temple)

วัดฮิกะชิ ฮอนกันจิ (Higashi Honganji)

วัดฮิกะชิ ฮอนกันจิ หรือ “วัดตะวันออกแห่งคำสอนดั้งเดิม” เป็นหนึ่งในวัดของนิกายโจะโดะชินชู นิกายหนึ่งของพุทธศาสนาที่คนญี่ปุ่นนับถือมากที่สุด อีกวัดหนึ่งในเครือเดียวกันนั้นคือวัดนิชิ ฮอนกันจิ, วัดทางฝั่งตะวันตก ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากกันมากนักในทิศตะวันตก นิกายนี้ถูกตั้งขึ้นโดยปุโรหิตชื่อ “ชินรัน” (ค.ศ. 1173-1263) ผู้สอนให้ศาสนิกชนว่าพระพุทธศาสนามีความสำคัญต่อการเรียนรู้ที่จำเป็นอย่างหนึ่ง นั่นคือคต้องท่องคำว่า “นามุ อะมิดะ บุทสุ” หรือ “สรรเสริญพระอมิตาภพุทธะ” ซ้ำๆ โดยชินรันเชื่อว่าพระอมิตาภพุทธะเจ้านั้นจะลงมาประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ตั้งใจท่องบทสวดนี้ ซึ่งการผสมผสานที่ยอดเยี่ยมของการเรียนคำสอนแบบง่ายๆ ด้วยการปฏิบัติอย่างเรียบง่ายนี้ทำให้ระบบความเชื่อของชินรันเป็นที่นิยมอย่างมากกับคนทั่วไป

วัดฮิกะชิ ฮอนกันจิ (Higashi Honganji) 1

หลังจากที่ชินรันเสียชีวิตลงวัดฮอนกันจิจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อสานต่อคำสอนของเขา วัดนี้ถูกสั่งย้ายที่ตั้งอยู่หลายครั้งจนเกิดแผ่นดินไหวในเกียวโต เมื่อปี 1602 หลังจากที่โตกุงาวะ อิเอยาสุได้ขึ้นมาเป็นโชกุนหรือผู้วางกฎในยุคนั้นเขาจึงได้แยกวัดฮอนกันจิออกเป็นสองวัด เพื่อกันไม่ให้พลังศรัทธาของประชาชนมีมากเกินไป วัดฮิกะชิ ฮอนดันจินั้นถูกสร้างขึ้นไว้ทางทิศตะวันออกของวัดฮอนกันจิซึ่งในปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ วัดนิชิ ฮอนกันจิ

วัดนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1604 แต่เคยถูกไฟไหม้จนเสียหายไปถึง 4 ครั้ง โดยเสียหายหนักที่สุดในอัคคีภัยครั้งใหญ่ในปี 1864 ในช่วงสงครามความวุ่นวายทางการเมือง พื้นที่ส่วนใหญ่ของอาคารในปัจจุบันจึงถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20

สถานที่ตั้ง : 〒600-8505  754 tokiwa-cho shimogyo-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 7 นาทีจาก Kyoto Station

เวลาเปิด-ปิด : 6:20 – 16:30 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดฮิกะชิ ฮอนกันจิ

Map :


2. วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo Temple)

วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo Temple) 3

ชื่อของวัด หากแปลตามตัวอักษรจะแปลได้ว่า “โถงที่มีช่องว่างสามสิบสามช่องระหว่างแถว” สื่อถึงประติมากรรมยาว 120 เมตร (อาคารไม้ที่ยาวที่สุดในโลก) ที่โถงหลักของวัดอาคารในวัดวัดซันจูซันเก็นโดก็เป็นอีกจุดศูนย์รวมความประทับใจ เพราะมีเจ้าแม่กวนอิมพันมือที่เป็นผลงานชิ้นเอกของช่างปั้นสมัยโบราณ และยังถือว่าเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นอย่างหนึ่งเจ้าแม่กวนอิมพันมือในที่นี้เป็นเทพีแห่งความเมตตา ซึ่งความดีความเมตตาเหล่านั้นก็แสดงออกผ่านทางรูปปั้นได้อย่างประณีตชดช้อยและเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

อาคารในวัดวัดซันจูซันเก็นโดก็

ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของสถานที่ทวีคูณขึ้น เพราะรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมพันรูปที่ตั้งเรียงรายเต็มพื้นที่ห้องโถง ราวกับกองทัพเทพแห่งความเมตตาที่พวกเขายืนอยู่อยู่รอบรูปปั้นหลัก ในแนวกว้าง50 รูปและแนวยาว 10 รูป รูปแกะสลักสง่างามถูกสร้างขึ้นจากไซปรัสและคลุมทับด้วยใบไม่ที่ทำจากทอง แต่ละรูปมีแขนมากกว่า 20 คู่ และแขนแต่ละคู่มีหน้าที่ในการช่วยเหล่าโลกทั้งหลายในจักรวาล รูปปั้นทั้ง 124 รูปนี้ได้รับการบูรณะขึ้นจากเหตุการณ์ไฟไหม้วัดเก่าในปี 1249 ส่วนวันก่อตั้งวัดอยู่ในปี 1164 ส่วนรูปปั้นที่เหลือเป็นรูปปั้นที่ถูกแกะสลักขึ้นในศตวรรษที่ 13

มีรูปปั้นผู้คุ้มกันทั้งหมด 28 รูป ทั้งหมดแสดงอารมณ์และให้ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน รุนแรง รวมๆ แล้ววัดซันจูซันเก็นโดเป็นสถานที่หนึ่งที่เป็นศูนย์รวมของความสวยงามของพระพุทธรูปญี่ปุ่น และเป็นสถานที่วิจิตรน่าจับตามองของทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว

สถานที่ตั้ง : 〒603-8361  1 kinkakuji-cho kita-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 7 นาทีจาก Shichijo Station

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00 น. ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่: 400 เยน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดซันจูซันเก็นโด

Map :


3. วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)

วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) 2

วิหารของ “วัดเบียวโดอิน” ถูกสร้างขึ้นเพื่อสักการะพระพุทธเจ้าโดยแต่งให้เหมือนกันสรวงสวรรค์บนดิน ข้างในใช้สีอ่อนให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่น ส่งผลให้วิหารเด่นเป็นสง่าและแผ่รัศมีจนเป็นที่รู้จักกันดีในอีกชื่อคือ “วิหารฟินิกซ์” และเมื่อได้มองลงไปที่เงาสะท้อนในบ่อน้ำขนาดใหญ่เบื้องหน้าวิหารแล้วยิ่งดูเหมือนวัดนี้ลอยอยู่เหนือพื้น บรรยากาศโดยรอบส่วนใหญ่เป็นแบบญี่ปุ่นและวัดนี้ยังถูกพิมพ์เป็นลายด้านหลังของเหรีญ 10 เยนอีกด้วย

วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)

ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระอมิตาภพุทธะที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก รายล้อมด้วยพระโพธิสัตว์อันสง่างามในอิริยาบถต่าง ๆ ทั้งเล่นดนตรีและอ่านคัมภีร์พระสูตร ที่นี่ยังมีพระพุทธรูปของพระอมิตาภพุทธะขนาดเล็กที่ถอดแบบมาจากองค์ใหญ่ ซึ่งทั้งหมดได้รับการกล่าวถึงนี้ล้วนเป็นงานของพระสงฆ์และมีต้นแบบมาจากประติมากรชื่อ Jocho.

วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 โดยเริ่มแรกนั้นเป็นที่พำนักของตระกูลฟูจิวาระที่มีพระราชบัลลังก์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่ตัวอย่างของสิ่งก่อสร้างที่ยังมีเหลือรอดมาในสมัยสถาปัตยกรรมของยุคเฮย์อัน (ปี 794-1185) ลองปล่อยเวลาสักชั่วโมงหนึ่งพาตัวเองเดินเที่ยวชมและดื่มด่ำบรรยากาศของวัดแห่งนี้ดู อีกทั้งยังมีร้านขายของที่ระลึกและชาจากท้องถิ่นตั้งเรียงรายอยู่ภายนอก ชาถุงเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นที่นิยมในการซื้อกลับไปเป็นของฝาก

สถานที่ตั้ง : 〒611-0021 116 ujirenka uji city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 10 นาทีจาก Uji Station

เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:30 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดเบียวโดอิน

Map :


4. วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple)

 

A post shared by Allan Vasquez (@allan.vasquez.photography) on

วัดนันเซ็นจิ เป็นหนึ่งในหลาย ๆ วัดที่กลายมาเป็นวัดที่สำคัญที่สุดวัดหนึ่งของเมืองเกียวโตตั้งอยู่ใกล้กับทางตอนใต้สุดของเอย์คัง วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1264 โดยเคยเป็นที่พักส่วนตัวขององศ์จักรพรรดิ์คาเมยามะ สามสิบปีหลังจากที่ท่านเกษียณและออกบวชจึงได้เปลี่ยนจากที่พักส่วนตัวมาเป็นวัดนิกายเซ็นแทน วัดนันเซ็นจิเป็นหนึ่งในห้าวัดที่ยิ่งใหญ่ (ตัวคันจิของวัดทั้งห้านั้นเป็นตัวมงคลทั้งสิ้นซึ่งมาจากชื่อของภูเขาศักดิ์สิทธิ์) จากจำนวนวัดมากมายนั้น ยังมีวัดย่อยในการดูแลของวัดนันเซ็นจิให้คุณได้เข้าไปเที่ยวชมอีกมากมายตัวอย่างเช่น เท็นจูอันที่สวยงามมากในฤดูใบไม้ร่วง คนจิอินและสวนหินขนาดใหญ่ของที่นั่น วัดเล็กลงมาอย่างนันเซ็นอิน วัดไซโชอินและโคอึนจิ และแน่นอนว่า “แหล่งท่องเที่ยว” หลัก ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นที่วัดหลักนั่นเอง

การเข้าชมวัดนันเซ็นจินั้นเริ่มจากการเดินผ่านทางเดินสีเข้มที่จะนำท่านเข้าไปสู่สวนหลักของวัด ซึ่งกินพื้นที่ถึง 1 ใน 4 ของพื้นที่วัดทั้งหมด สวนนั้นถูกเรียกว่า “ลูกเสือข้ามแม่น้ำ” (โทระโนะโกะวาทาชิ) ด้วยรูปทรงของก้อนหินใหญ่ในสวน (อย่าคาดหวังว่าจะได้ไปเห็นหินรูปเสือเพราะว่ามันค่อนข้างพูดยาก…)

วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple) 4

สวนนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1600 โดยโคโรบิ เอ็นชู ผู้ที่ออกแบบสวนให้กับวัดโคไดจิ การออกแบบเป็นแบบคลาสสิกโดยใช้การจัดแต่งสวนในรูปแบบ “borrowed landscape” เพื่อให้มองเห็นภูเขาที่อยู่รายล้อมวัด ทางเดินจะพาท่านเดินรอบอาสนวิหารและสวนเล็ก ๆ ที่ถูกจัดเอาไว้ระหว่างสองข้างทาง หลังอาสนวิหารจะมีทางสามแยกที่จะนำคุณไปสู่บ่อน้ำและโรงน้ำชา (ปกติแล้วเขาไม่ให้เข้าแต่คุณสามารถมองเห็นมันได้จากทางตรงนั้น) ในอาสนวิหารนั้นตกแต่งด้วยภาพเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ บนบานประตูเลื่อน (ฟุสุมะ) แต่บางชิ้นก็เเป็นชิ้นที่ทำขึ้นมาใหม่ ตรงทางด้านหลังท่านจะเห็นห้องมืด ๆ ที่ปูเสื่อด้วยทาทามิอยู่ตรงข้ามกับบูธขายตั๋วในโถงทางเข้า คุณไปดื่มชาตรงนั้นได้..

สถานที่ตั้ง : 〒606-8435  fukuchicho nanzenji sakyo-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 10 นาทีจาก Keage Station สาย Eastwest

เวลาเปิด-ปิด : 8:40 – 17:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดนันเซ็นจิ

Map :


5. วัดโชโคคุจิ (Shokokuji Temple)

วัดโชโคคุจิ (Shokokuji Temple)

มุ่งหน้าสู่ทางเหนือของพระราชวังเกียวโตจะเป็นที่ตั้งของวัดใหญ่แห่งนี้ ที่นี่คือ “วัดโชโคคุจิ” อาสนวิหารหลักสำหรับโรงเรียนสอนศาสนาโชโคคุจิ นิกายรินไซของพระพุทธศาสนา ตั้งขึ้นเมื่อปี 1392 โดยโชกุนอาชิกาสะ โยชิมิสุและมุโซะ โคคุชิ พระเกจิชื่อดังในสมัยนั้นและยังเป็นเจ้าอาวาสชองวัดแห่งนี้ด้วย วัดแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นวัดเซนที่สำคัญที่สุดในเกียวโตนับแต่นั้นเป็นต้นมา

วัดโชโคคุจิ (Shokokuji Temple) 1

วิหารโฮโดเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญซึ่งถูกบูรณะในปี 1605 โดยฮิเดโยริ โทโยโตมิ โดยได้กลายเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโต ในวิหารคุณจะสามารถพบกัยรูปปั้นของชากะเนียวไร ที่ปั้นขึ้นโดยอุนเคย์โดยผนังโดยรอบจะประดับด้วยภาพวาดอันทรงพลังของมังกรที่เป็นผลงานของมิทสึโนบุ คาโนะ ที่วิหารโฮโดนั้นยังมีภาพวาดของวิหารไคซันที่เป็นผลงานโอเดคียว มารุยามะ ห้องน้ำของวัดเองก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี 1596 และยังมีการขยายพื้นที่ออกไปเป็นสวนโอ่อ่าที่เปิดให้เข้าชมได้เพียงแค่ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง

วัดแห่งนี้่เป็นวัดที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับจาคุจุ อิโตะ จิตกรมือฉมังของมือเกียวโตที่ถนัดการวาดภาพโบราณสมัยเอโดะ ภาพบางภาพของเขาถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ของวัดโจเท็นคาคุ (สามารถเข้าชมได้แต่มีค่าเข้าชม) เป็นสถานที่แนะนำสำหรับวัดทั้งสองวัดรวมถึงพิพิธภัณฑ์ด้วยเช่นกัน

สถานที่ตั้ง : 〒602-0898  701 Shokokuji Monzencho Kamigyo-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 8 นาทีจาก Imadegawa Station

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 16:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดโชโคคุจิ

Map :


6. วัดมิบุเดระ (Mibudera Temple)

วัดมิบุเดระ (Mibudera Temple)

วัดมิบุเดระ สร้างขึ้นเมื่อปี 991 โดนพระมิเดระ ไคเค็น โดยเคยถูกเรียกว่าวัดจิโซะอินมาก่อนและพระพุทธรูปจิโซโบะซาสุในวิหารหลัก ยังได้รับการเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลาอันยาวนานก่อนจะเสียหายจากเพลิงไหม้ในปี 1257 และถูกบูรณะขึ้นมาใหม่โดยพระเอ็นงาคุ โชนิน พระเอ็นงาคุได้เริ่มต้นมิบุไดเน็นบุทสึเคียวเง็นจุดเริ่มต้นของมิบุเคียวเง็น (บทละครโนที่สแงดในวิหารของวัดมิบุ) มิบุเคียวเง็นเป็นวัฒนธรรมศาสตร์การแสดงละครที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1300 และยังคงดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

มิบุเคียวเง็น เป็นศาสตร์การแสดงที่มีมาอย่างยาวนาน โดยจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการนำเครื่องขยายเสียงเข้ามาใช้ประกอบการแสดง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเผยแพร่คำสอนให้กับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก โดยเฮ้นงาคุจะเริ่มเทศน์คำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านการแสดงละครอย่างเงียบ ๆ ซึ่งพอเวลาผ่านมาการแสดงจึงได้พัฒนามามีลักษณะที่เป็นการแสดงละครมากขึ้น แม้ว่าการแต่งเติมสีสันของการแสดงจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ก็ยังคงความเป็นต้นตำหรับเอาไว้เหมือนอย่างเคย : นั่นคือยังเป็นนักแสดงที่สวมหน้ากากและร่ายรำไปตามเสียงขลุ่ยและกลองตามบทบาทของทั้งฝ่ายตัวดีและตัวร้าย และเรื่องที่นำมาเล่นยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานอย่าง “ชูเคียวเงคิ” (ละครเกี่ยวกับศาสนา)

วัดมิบุเดระ (Mibudera Temple) 5

การแสดงมิบุเคียวเง็นนั้นมีมาให้เห็นตั้งแต่อดีตกาล โดยจะจัดการแสดงเพียงแค่ 3 ครั้งต่อปียาวนาน 12 วัน โดยในฤดูใบไม้ผลิจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนจนถึง 5 มีนาคม , ฤดูใบไม้ร่วงจะจัดแสดงในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน และจัดแสดงอีกครั้งเป็นเวลา 2 วันในเทศกาลเซ็ตสึบุนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยที่จะสามารถซื้อตั๋วเข้าชมได้ในวันที่ระบุเท่านั้นโดยไม่ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ ซึ่งระบบนี้จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวหาโอกาสเข้าชมการแสดงนี้ได้ยาก แต่หากมีโอกาสได้เข้าชมแล้วจะนับเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่า โดยการแสดงมิบุเคียวเง็นนี้ ยังได้รับการกำหนดให้เป็นประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีความสำคัญระดับประเทศอีกด้วย

วัดมิบุเดระ (Mibudera Temple) 1

วัดมิบุเดระมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นคือ การที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่คุ้มครองเหล่าชินเซ็นกุมิในยุคเอโดะ ยาวจนมาจนถึงช่วงปลายของยุคเอโดะจากคำสั่งของโชกุน แม้เหล่าชินเซ็นกุมิจะใช้ความรุนแรงทำร้ายพลเมืองผู้บริสุทธิ์ จนทำให้ชื่อเสียงที่ไม่ดีของพวกเขาแพร่กระจายออกไป แต่พวกเขาก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นนักดาบแห่งยุคเอโดะ ที่วัดแห่งนี้มีหลุมศพของคนโดะ อิซามิ นักดาบที่เป็นผู้นำกลุ่มชินเซ็นกุมิรวมไปถึงทหารของเขาด้วย ถือเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ในประวัติศาสตร์

สถานที่ตั้ง : 〒604-8821  Mibu Naginomiyacho Nakagyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 7 นาทีจาก Omiya Station

เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 16:30 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดมิบุเดระ

Map :


7. วัดเมียวชินจิ (Myoshinji Temple)

วัดเมียวชินจิ (Myoshinji Temple)

วัดเมียวชินจิ เป็นวัดหลักในหมู่สาขาโรงเรียนวัดเมียวชินจิที่สอนคำสอนของนิกายรินไซ เซน ของศาสนาพุทธ โรงเรียนวัดนิกายเร็นไซกว่าครึ่งนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของโรงเรียนวัดเมียวชินจิ (ประมาณ 3,500 วัดในญี่ปุ่น) โดยแต่เดิมที่นี่เป็นที่พำนักขององค์พระจักรพรรดิฮานะโซโนะ (1297-1348) และหลังจากนั้นพระองค์ทรงยกบัลลังก์ต่อให้จักรพรรดิโกะไดโกะในปี1318 (ท่านได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแค่ในช่วงอายุ 12 และ 20 ปี) และผันตัวมาเป็นนักบวชในปี 1335 ก่อนจะเปลี่ยนที่พำนักให้กลายเป็นวัดเซน

วัดได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้เมื่อเกิดสงครามกลางเเมืองในปี 1467 และได้รับการบูรณะใหม่หลังจากนั้นไม่นานหลังจากนั้นจึงได้ปรับปรุงและพัฒนาอาคารมาเรื่อย ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนา นั่นจึงส่งผลให้วัดแห่งนี้ใหญ่โตกินพื้นที่กว่า 700 เมตรจากทางทิศเหนือของวัดมาจนถึงทิศใต้ และกว่า 500 เมตรจากทิศตะวันออกไปจนถึงทิศตะวันตก และมีวิหารของวัดเมียวชินจิอยู่ตรงกลางและมีวัดน้อยที่สร้างโดยเหล่าสาวกของมหาปุโรหิตอีกกว่า 40 แห่งรอบวัดเมียวชินจิจนเหมือนกับบริเวณนี้เป็นหมู่บ้านวัด และห่างออกมาจากบริเวณนั้นก็ยังเป็นวัดอีกเช่นกันและวัดเรียวอันจิเองก็เป็นหนึ่งในนั้น วัดเมียวชินจิมีประตูโชกุชิมง (สร้างในปี 1559), วิหารบุทสึเด็น (สร้างในปี 1827), โถงฮัตโต (สร้างในปี 1656)และยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นอีกมากมายโดยทั้งหมดนี้ ได้รับการกำหนดให้เป็นคุณสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น

วัดเมียวชินจิ (Myoshinji Temple) 1

ฮัตโตเป็นโถงทางเดินที่ประดับด้วยภาพวาดชื่อ “อันเรียวสุ” และระฆังของวัดนี้ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภาพวาดอันเรียวสุเป็นผลงานของ “ทันยู คาโนะ” (1602-1674)ซึ่งเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในขณะนั้นและยังเป็นที่สุดของผลงานหลังจากนั้นมายาวนานอีกกว่า 8 ปี ระฆังของวัดแห่งนี้เป็นระฆังที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอ้างอิงจากระยะเวลาที่ถูกจารึกเอาไว้ซึ่งก็คือปี 698 จะมีไกด์ที่จะพาทุกคนมาเที่ยวชมที่นี่วันละหลายรอบ (ค่าบริการ 500 เยน) โดยจะสามารถเดินชมได้เพิ่มอีกทั้งหมด 3 จาก 40 วัดรอบวัดเมียวชินจินั่นคือวัดไทโซอิน, วัดไดชินอินและวัดเคชุนอิน โดยวัดทั้งหมดนี้ล้วนมีสวนแบบญี่ปุ่นที่สวยงามทั้งสิ้น

สถานที่ตั้ง : 〒616-8035  1 Myoshinji-cho Hanazono Ukyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 10 นาทีจาก Hanazono Station

เวลาเปิด-ปิด : 9:10 – 16:40 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดเมียวชินจิ

Map :


8. วัดโจโฮจิ (Chohouji Temple)

วัดโจโฮจิ (Chohouji Temple)

โรคักกุโดเป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู่ห่างจากสี่แยก “คาราสุมะ-โออิเกะ” มาทางใต้เพียง 0.4 กิโลเมตรซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ ๆ อยู่ใจกลางเมืองเกียวโตเลยก็ว่าได้ วัดแห่งนี้จึงเป็นวัดเล็ก ๆ ที่ถูกล้อมด้วยตึกสูง “โรคักกุโด” มีความหมายว่า “วัดทรงหกเหลี่ยม” และก็เป็นตามนั้นเพราะวิหารของวัดแห่งนี้มีลักษณะเป็นหกเหลี่ยมและมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “วัดโจโฮจิ

ในจารึกโบราณกล่าวว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 587 โดยเจ้าชายโชโตกุผู้ซึ่งผู้ก่อตั้งระบบการเมืองขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น บางประวัติศาสตร์ก็บอกว่าวัดนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10หรือไม่ก็ 11 จึงทำให้ไม่มข้อมูลที่แน่นอนว่าแท้จริงแล้ววัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อใด

วัดโจโฮจิ (Chohouji Temple) 1

วิหารหลักมีหลังคาทรงหกเหลี่ยมสองชั้น อาคารนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1877 มีพระพุทธรูปอยู่ 3 องค์ที่วัดแห่งนี้แต่เราไม่สามารถเข้าไปสักการะได้โดยตรง คุณต้องสักการะอยู่ตรงหน้าที่ประดิษฐาน วัดโจโฮจิอยู่ภายใต้การดูแลลองพระสงฆ์ในตระกูลอิเคโนโบะมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล และมีประเพณีการแต่งดอกไม้ตามแบบพระพุทธรูปและมีการแต่งดอกไม้ที่สวยงามแบบนี้มาแล้วอย่างยาวนาน ปัจจุบันนี้อิเคโนโบะได้กลายเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของนักจัดดอกไม้ของญี่ปุ่น และมีอาคารสำนักงานใหญ่ของอิเคโนโบะอยู่ใกล้กับวัดแห่งนี้ด้วย

ที่พื้นของวัดมีหินชื่อ “เฮโซ-อิชิ” ที่แปลว่า “หินสะดือ” กล่าวกันว่าเป็นศิลาฤกษ์ของวัดแห่งนี้ ว่ากันว่าเป็นศิลาฤกษ์ของวัดเดิมโดยใช้วัดนี้ก่อนที่จะมีการโอนเมืองหลวงไปยังเมืองเกียวโตในปี 794 กล่าวว่าตำแหน่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของเมืองเกียวโตดังนั้นหินนี้จึงมีชื่อเล่นเช่นนี้

สถานที่ตั้ง : 〒604-8134  248 Dounomae-cho Nakagyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 5 นาทีจาก Karasumaoike Station

เวลาเปิด-ปิด : 6:00 – 17:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดโจโฮจิ

Map :


9. วัดไดโงจิ (Daigoji Temple)

วัดไดโกจิ(Daigoji Temple)

วัดไดโกจิ(醍醐寺) เป็นวัดหลักในขุมชนทางตะวันออกของฮิงาชิมายะ และเหมือนกับอีกหลายแห่งในเกียวโตที่ได้ถูกขึ้นเป็นมรดกโลกโดย UNESCO อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นวัดที่ใหญ่แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจนั้นมีจำกัดสำหรับช่างภาพ เนื่องจากโซนซันโบอินเป็นโซนที่ห้ามถ่ายภาพและอีกส่วนหนึ่งของวัดถูกครอบครองเป็นทรัพย์สินของพิพิธภัณฑ์ แต่โซนของเบ็นเท็นโดนั้นเป็นโซนที่ควรค่าแก่การเที่ยวชม

วัดไดโกจิ(Daigoji Temple) 3

วัดไดโงจิสร้างขึ้นเมื่อปี 874 โดนพระสงฆ์ที่เดินทางขึ้นเขาไดโงะ (ในตอนนั้นเรียกว่าภูเขาคาซาโทริ) นับเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับภูเขาอีกหลายแห่งในญี่ปุ่ นและโชโบะไรเง็นไดชิยังได้แกะสลักรูปปั้นคังนง (เทพเจ้าแห่งนวนิยาย) และประดิษฐานเอาไว้ที่ยอดเขา เรื่องราวของความเชื่อและศรัทธาเริ่มแผ่ขยายออกไปและวัดแห่งนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากจักรพรรดิ วัดไดโงจิเริ่มขยายพื้นที่กว้างขวางขึ้นภายในภูเขา เหมือนกับอีกหลายวัดในเกียวโตที่วัดแห่งนี้เองก็ได้รับความเสียหายจากไฟสงครามหลายครั้งด้วยกัน (สงครามระหว่างบุงเมและโอนิน) ซึ่งในปัจจุบันนี้มีหลักฐานเหลืออยู่เพียงแค่เจดีย์ 5 เจดีย์เท่านั้นและวัดแห่งนี้ก็ถูกเพิกเฉยอยู่นานจนกระทั่งได้รับการฟื้นฟูหลังสงคราม

วัดไดโกจิ(Daigoji Temple) 1

วัดไดโกจิแบ่งคร่าว ๆ ออกได้เป็น 5 ส่วนด้วยประกอบด้วย : ซันโบอิน (อาคารทางทิศเหนือ), พิพิธภัณฑ์ (อาคารทางทิศใต้), เจดีย์และวิหารหลัก (อาคารส่วนกลาง), สระน้ำอันโด่งดังที่มีเท็นบันโดและส่วนของวัดที่อยู่สูงขึ้นไป (คุณต้องซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปในส่วนนั้น) ซันโบอินเป็นสวนเซนที่สวยงาม (สร้างขึ้นช่วงปี 1600) แต่เพราะที่นี่ห้ามถ่ายภาพคุณเลยอาจเห็นภาพอยู่ไม่มากในอินเตอร์เน็ต สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับประติมากรรมของวัดไดโงจินั้น ยังมีชิ้นส่วนที่หลงเหลือจากอดีตอีกนับพันชิ้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของวัด ทั้งส่วนบันโซอินและพิพิธภัณฑ์นั้นสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

จุดที่เป็นที่นิยมที่สุดภายในวัดไดโงจิคือ วิหารกลาง เจดีย์ทั้งห้าและส่วนเบ็นเท็นโด ถ้าหากจะมีที่หนึ่งที่จะต้องไปไม่พลาดไปชมนั่นก็คือเบ็นเท็นโดโดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม(สำหรับเกียวโตแล้วเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง) แต่ฉันยังไม่ได้ไปดูส่วนบนของเบ็นเท็นโดะ และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยงามเช่นเดียวกัน

สถานที่ตั้ง : 〒601-1325  22 Daigo Higashiooji-cho Fushimi-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 10 นาทีจาก Daigo Station

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดไดโงจิ

Map :


10. วัดนินนาจิ (Ninnaji Temple)

วัดนินนาจิ (Ninnaji Temple)

วัดนินนาจิ ถูกสร้างขึ้นในช่วงสิ้นศตวรรษที่ 9 ซึ่งในตอนแรกถูกเรียกว่า “มงซากิ-จิอิน” ที่ใช้เป็นที่พำนักของตระกูลจักรพรรดิที่เข้ามาในฐานะผู้เผยแพร่ศาสนา ปัจจุบันวัดนี้เป็นศูนย์กลางของนิกายโอมุโระของศาสนาพุทธชินกง แม้ว่าจะเสียหายจากเพลิงสงครามภายในประเทศในช่วงศตวรรษที่ 15 แต่ก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่เมื่อต้นศตวรรษที่ 17 และยังมีการต่อเติมอาคารที่ถูกย้ายมาจากเขตที่พำนักในราชวังของจักรพรรดิเกียวโต โดยอาคารที่ย้ายมาจากเขตราชวังได้แก่ “คนโดะ” ห้องโถงใหญ่ที่ภายหลังถูกกำหนดให้เป็นสมบัติแห่งชาติและ “เมโดะ” อีกหนึ่งห้องโถงที่ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

วัดนินนาจิ (Ninnaji Temple) 2

สถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญอื่น ๆ ที่รัฐบาลกำหนดไว้ ได้แก่ “นิโอะ-มง” (ประตูที่มีภาพของพระพุทธเจ้าอยู่ทั้งสองด้าน) และเจดีย์ห้าชั้น “เรโฮ-คัง” อาคารที่เก็บรักษาวัตถุทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเอาไว้มากมาย เช่น ประติมากรรม รูปสลัก รูปปั้น ภาพวาดและเอกสารโบราณต่าง ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป “อามิดะ-เนียวไร” ผู้ซึ่งปกครองสวรรค์ (สถานที่ ๆ สวยงามที่ชาวพุทธเชื่อว่าเป็นสถานที่ ๆ มนุษย์จะไปหลังความตาย) ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการมาสักการะที่วัดแห่งนี้ และวัดแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นสถานที่สำหรับการชมดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย

สถานที่ตั้ง : 〒616-8092  33 Omuro Oouchi Ukyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 3 นาทีจาก Omuroninnaji Station

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดนินนาจิ

Map :


11. วัดโทฟุคุจิ (Toufukuji Temple)

วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple)

วัดนี้เป็นวัดหลักของโรงเรียนวัดโทฟุคุจิ สถานที่เรียนคำสอนของนิกายรินไซหนึ่งในนิกายของพุทธเซ็น สร้างขึ้นในปี 1236 ตามคำแนะนำของคุโจ มิจิเอะ บุรุษที่ยิ่งใหญ่ในยุคคามาคุระผู้ต้องการที่จะสร้างวัดในเมืองเกียวโตและเมืองนารา แม้แต่ชื่อของวัด “โทฟุคุจิ” เองนั้นก็มาจากตัวอักษรต่าง ๆ ของวัดในนารา

อาคารดั้งเดิมเสียหายจากเพลิงไหม้และบูรณะขึ้นมาใหม่ในศตวรรษที่ 15 โดยยึดแบบโครงสร้างเดิมและได้กลายมาเป็นวัดดังที่เป็น 1 ใน 5 มหาวิหารแห่งเกียวโต ด้วยไฟสงครามในยุคเมจิทำให้วัดแห่งนี้เสียหายหนักมากโดยเฉพาะ “บุทสุเด็น” (อาสนวิหาร) แต่เมื่อถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้วก็ยังรักษาเอกลักษณ์ของวัดเซ็นในสมัยยุคกลางเอาไว้อยู่

ประตูซังมงซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาตินับเป็นประตูวัดเซ็นที่สำคัญที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เซนโด (โถงนั่งสมาธิ), โทสุ (ห้องน้ำ) และ โยคุชิสุ (ห้องอาบน้ำ) นั้นเป็นส่วนของอาคารที่ยังคงอยู่มาตั้งแต่ยุคต้นมุโรมาจิ (ศตวรรษที่ 14) ส่วนฮนโดะ (วิหารหลัก) และ โฮโจ (วิหารสงฆ์) นั้นเป็นส่วนที่บูรณะขึ้นมาใหม่ ทางเดินขึ้นไปที่ไคซันโดะนั้นเป็นสะพาน 3 สะพานที่ขึ้นชื่อในเรื่องของใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple) 2

ตั้งแต่วัดโทฟุคุจินี้สร้างขึ้นก็เสียหายจากเพลิงไหม้เมื่อครั้งสงครามถึง 3 ครั้งในปี 1319, 1334 และ 1336 รวมไปถึงประตูซังมงเองก็เสียหายจากสงครามเหล่านี้เช่นกัน ในปัจจุบันนี้ประตูซังมงถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มมาจากซ่อมทีละเล็กละน้อยหลังจากเพลิงไหม้และเสร็จสิ้นในปี 1425 และในปี 1969 จึงเริ่มมีงานถอดถอนและซ่อมชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของวัดซึ่งเริ่มซ่อมแซมในช่วงประมาณ 600 ปีก่อนโดยกระทรวงวัฒนธรรมญี่ปุ่น การซ่อมแซมใช้เวลายาวนานกว่า 8 ปีและใช้เงินจำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์กว่าการบูรณะจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม ปี1978 และในปี 1952 ประตูซังมงนี้ได้ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นอาคาร 2 ชั้นสูง 22 เมตร การก่อสร้างมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และถูกมองว่าเป็น

หนึ่งในประตูวัดเซ็นที่เก่าแก่และงดงามที่สุดของญี่ปุ่น

สถานที่ตั้ง : 〒605-0981  778 15 Honmachi Higashiyama-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 10 นาทีจาก Toufukuji Station

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 16:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดโทฟุคุจิ

Map :


12. วัดคาจูจิ (Kazyuuji Temple)

วัดคาจูจิ (Kazyuuji Temple)

วัดคาจูจิ เป็นวัดที่มานานตั้งแต่ปี 900 วัดคาจูจิเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “วัดคิกกิซัน” ซึ่งสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิไดโงะ ที่นี่ถูกเลือกให้สร้างเป็นวัดเนื่องจากพระมารดาของพระจักรพรรดิอาศัยอยู่ที่นี่ และภายหลังที่เธอเสียชีวิตลงวัดนี้จึงสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเธอ วัดแห่งนี้ถูกทำลายในปี 1470 ภายในสงครามออนนินและหลังจากนั้นจึงถูกบูรณะขึ้นมาโดยตระกูลโตกุกาวะและราชนิกูลซึ่งกล่าวกันว่า มิโตะ มิทสึกุนิ (รู้จักกันดีในชื่อ มิโตะ โกมง) ได้บริจาคโคมไฟให้กับที่นี่ด้วยณะนั้น

วัดคาจูจิ (Kazyuuji Temple) 2

วัดคาจูจิรู้จักกันในชื่อของวัดที่มีทั้งสวนและสระบัวที่สวยงาม สมัยก่อนนั้นสวนแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับพายเรือและงานสังสรรค์แต่งกลอน แต่ตอนนี้เปิดให้พายเรืออย่างเดียวเท่านั้น สระน้ำใหญ่ที่นี่เรียกว่า “ฮามุโระ โนะ อิเคะ” ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวัดแห่งนี้ สระบัวนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่สวยงาม สระน้ำในวัดนั้นเป็นจุดสำคัญของสวนบนเขาที่ดินในปกครองของมายะมิจิ อิเอมะสุ สมาชิกชนชั้นสูงในสมัยเฮอันและได้ตบแต่งกับตระกูลฟุจิวาระที่มีอำนาจมากในขณะนั้น

สถานที่ตั้ง : 〒607-8226  27-6 Kansyuji Nioudoucho Yamashina-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 6 นาทีจาก Ono Station

เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 16:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดคาจูจิ

Map :


ตัดสินใจได้เลยใช่ไหมครับว่าคุณจะไปเที่ยววัดในเกียวโตที่ไหนคือสถานที่สวยงามสำหรับคุณ เตรียมลางานได้เลยครับ!! (ฮาา…) วัดในเกียวโตทั้ง 12 วัดนี้ทุกวัดเป็นวัดยอดนิยมและวัดดังในเกียวโต ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศนิยมเดินทางมาเที่ยวเยี่ยมชมกันอยู่เรื่อยๆ ใครที่มีเวลาท่องเที่ยวนานหน่อยเราแนะนำให้ไปหลายๆ วัดได้นะครับ เพราะหลายคนนอกจากจะเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามแล้ว ยังเป็นสถานที่ขอพรศักดิ์สิทธิ์ของวัดในเกียวโตอีกด้วย

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^

Tag :

RANKING


TREND


FAMOUS


RELATED POST


Previous

Next


แสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลยน๊า...


- MAY YOU ALSO LIKE THIS -


รับสมัครจดหมายข่าว

กรุณาระบุอีเมลเพื่อลงทะเบียนรับจดหมายอัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนใครได้แล้วตอนนี้!