【ห้ามพลาด!】7 วัดและศาลเจ้าในเกียวโต เดินเท้าไม่ถึง 30 นาทีจากสถานีเท่านั้น!

May 31, 2018

เมื่อพูดถึง “เกียวโต (Kyoto)” ประเทศญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงเมืองใหญ่ที่ลายล้อมไปด้วยวัดศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่หลายแหล่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปีเดินทางมาเที่ยวเยี่ยมชมเมืองเกียวโตแห่งนี้ นักท่องเที่ยวบางคนเดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวชมสถานที่ในฝัน และอีกหลายคนต่างก็เดินทางมาเพื่อสักการะขอพรให้สมดังปราถนา

เรื่องของการคมนาคมและการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวนั้น อย่างที่ทุกคนทราบคือมีเส้นทางการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว เพราะญี่ปุ่นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องการคมนาคมขนส่งเป็นประเทศต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ครับ ดังนั้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไม่ว่าจะภูมิภาคไหนของประเทศญี่ปุ่น ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างแน่นอนครับ

อย่างเช่นเรื่องความสะดวกในการเดินทางในครั้งนี้ครับ JP-Trip จะมาแนะนำ 7 วัดและศาลเจ้าในเกียวโต สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวส่วนมากเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมอย่างมากมาย สามารถเดินเท้าเพียง 30 นาทีจากแต่ละสถานีเท่านั้นครับ เอาเป็นว่าเราไปดูกันนะครับว่าจะมีที่ไหนกันบ้างครับ

1. วัดโทจิ (To-ji Temple)

วัดโทจิ (To-ji Temple)

เจดีย์อันงดงามของวัดโทจิ (Kyo-o-gokukuji) สามารถมองเห็นได้จากรถไฟชินคันเซ็น (รถไฟหัวกระสุน) ในขณะที่คุณเดินทางมาถึงเกียวโต วัด โทจิ ที่ก่อตั้งในปี 794 เป็นที่รู้จักกันดีเพราะมีหอเจดีย์สูง (สูงที่สุดในญี่ปุ่น) และตลาดนัดที่มีชีวิตชีวาที่จัดขึ้นทุกวันที่ 21 ของทุกเดือน (คนท้องถิ่นเรียกว่า “Kobo-san”)

วัดโทจิ ก่อตั้งขึ้นในปี 794 ด้วยคำสั่งของจักรพรรดิ Kammu เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพของประเทศชาติ และในปี 823 วัดแห่งนี้ถูกมอบให้กับ Kobo Daishi (Kukai) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนShingon โรงเรียนสอนพุทธศาสนาในญี่ปุ่น อาคารหลัก (Kondo) ถูกสร้างขึ้นจากไม้อย่างเรียบง่ายในปี 1603 โดยคำสั่งของ Hideyori ลูกชายของขุนนาง Hideyoshi Toyotomi ในรูปแบบพื้นเมืองผสมผสานวัฒนธรรมจีนและอินเดีย อาคารนี้มีรูปปั้นของ Yakushi (พระผู้รักษา) และผู้ช่วย Nikko และ Gakko ตั้งอยู่ด้วย

หอเจดีย์ห้าชั้นและเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

เจดีย์ห้าชั้นของวัดโทจิ มีมาตั้งแต่ปี 826 และถูกบูรณะอีกครั้งในปี 2187 เจดีย์สูง 55 เมตรเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ภายในของเจดีย์เปิดให้เข้าชมเป็นช่วงเวลาสั้นๆในช่วงใกล้ปีใหม่และมีภาพประกอบโบราณเกี่ยวกับพุทธศาสนา (Mikkyo) จัดแสดงอยู่ด้านใน ด้านในวัดโทจิจะมีการประดับไฟให้เกิดแสงสว่างไสวในเวลากลางคืน ทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นภาพที่น่ารักบนถนนเข้าสู่ตัวเมืองจากทิศใต้

ภายในห้องโถง (Kodo) มีภาพแกะสลักที่ได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนาแบบทิเบต ที่ถูกเผยแพร่เข้ามาในยุค Heian จัดแสดงอยู่ในมงคลสถานศักดิ์สิทธิ์ที่มีพระพุทธรูปห้าองค์ตั้งอยู่ตรงกลาง แต่ละองค์แกะสลักจากซุ้มไม้เดียวและล้อมรอบด้วยพระโพธิสัตว์ Godai Myo -o (ห้ากษัตริย์ผู้น่าเกรงขาม), Shi-Tenno (สี่เทพผู้โอบอ้อมอารี) และเทพเจ้าฮินดูอื่น ๆ รูปปั้นทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดย Kukai ในปี 825 แม้ว่าอาคารปัจจุบันจะถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ก็ตาม

วัดโทจิ (To-ji Temple) 2

ประตูหลักของวัดโทจิที่อยู่บนถนน Kujo ถูกเรียกว่า ประตู Nandaimon ทางเข้าดั้งเดิมถูกไฟไหม้ลงและถูกแทนที่ด้วยประตูเสาแปดต้นนี้ซึ่งถูกนำมาจากภายนอกวัดซันจูซันเก็นโดในปี1894 วัดโทจิ (วัดตะวันออก) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโตเช่นเดียวกันกับ Sai-ji (วัดตะวันตก) ซึ่งปัจจุบันไม่มีอยู่แล้ว (ถูกไฟไหม้ในปี 1233) วัดทั้งสองตั้งอยู่ขนาบข้างกับประตู Rashomon ทำหน้าที่ปกปักรักษาประตูหลักซึ่งเป็นเส้นทางนำเข้าสู่ Heian-kyo (เมืองเกียวโต)

สถานที่ตั้ง : 〒601-8473  1 kujyo-cho minami-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 15 นาทีจาก Kyoto Station

เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:30 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดโทจิ

Map :


2. วัดนิชิฮอนกันจิ (Nishihonganji Temple)

วัดนิชิฮอนกันจิ (Nishihonganji Temple)

วัดนิชิ-ฮอนกันจิ เป็นวัดของโจโดชินชูฮอนกันจินิกายหนึ่งในพุทธศาสนา เชื่อกันว่าที่วัดเป็นที่ตั้งของสุสานมหาปุโรหิตชินรันที่เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น และต่อมาจึงมาถูกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน โดยโทโยโตมิฮิเดโยชิผู้ครองศักราชของญี่ปุ่นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่เคยถูกไฟไหม้ในช่วงแรกของศตวรรษที่ 17 โดยเป็นพระพุทธรูปที่ใช้โครงสร้างของฮิเดโยชิ ที่ที่ถูกย้ายมาจากปราสาทฟุชิมิมาประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ถูกกำหนดไว้ใน Mikage-do ซึ่งกำหนดโดยรัฐบาลแห่งชาติว่าเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ คือภาพของชินรันซึ่งเคลือบด้วยสารเคลือบเงาผสมกับเถ้ากระดูกของเขา ห้องนอน (โชอิน : ห้องนั่งเล่นใช้เป็นจุดประสงค์ในการศึกษา) มีเพดานและผนังตกแต่งสวยงาม รวมไปถึงเวทีละครโนห์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นเองก็ยังถูกสร้างขึ้นที่นี่เมื่อปลายศตวรรษที่ 16 โดยทั้งสองแห่งถูกกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติด้วย

วัดนิชิฮอนกันจิ (Nishihonganji Temple) 1

สวนวัดไดโช-อินเป็นสวนแห้งที่ไม่มีน้ำ พื้นที่กว่า 760 ตารางเมตรใช้เพียงก้อนหิน ทรายสีขาวและพืชพรรณต่าง ๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขา แม่น้ำและทะเลโดยไม่ใช้น้ำเลย ทะเลนั้นทำด้วยทรายสีขาวทำเป็นเกาะน้อยใหญ่และมีปั้นจั่นเอาไว้ รวมถึงเต่าปลอมที่ก่อเป็นเนินขึ้นมาทางด้านหน้า หินแบบสแตนด์อโลนด้านซ้ายถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของน้ำตกในหุบเขาลึก หินที่ใช้สำหรับสวนแห่งนี้ถูกนำมาจาก จุคารุ-ได ที่พักของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ

สถานที่ตั้ง : 〒600-8358  Hanayacho kudaru horikawa-dori Shimogyo-ku Kyoto-shi Kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 15 นาทีจาก Kyoto Station

เวลาเปิด-ปิด : 5:30 – 17:30 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดนิชิฮอนกันจิ

Map :


3. วัดซูซุมุชิ (เคกงจิ) : (Suzumushidera (Kegonji)

วัดซูซุมุชิ (เคกงจิ) (Suzumushidera (Kegonji))

ชื่อเดิมของวัดคือ “เคกงจิ” แต่คนญี่ปุ่นเรียกวัดแห่งนี้ว่า “ซูซุมุชิเดระ” (วัดจิ้งหรีด) เพราะที่วัดนี้มีเสียงจิ้งหรีดดังระงมอยู่ทั้งฤดูกาล จิ้งหรีดญี่ปุ่นหรือชื่อวิทยาศาสตร์คือ Homoeogryllusjaponicus จะส่งเสียงหริ่งคล้ายกับเสียงกระดิ่งจนคนญี่ปุ่นเรียกที่นี่ว่า “ซูซุมุชิ” ที่แปลว่าจิ้งหรีดในภาษาญี่ปุ่น วัดแห่งนี้มีบรรยากาศที่แตกต่างจากวัดและศาลเจ้าอื่น นั่นเป็นเพราะเสียงรอบข้างที่ต่างออกไปจากวัดปกติที่จะค่อนข้างเงียบสงบ คำสอนของพระสงฆ์ที่วัดแห่งนี้เองก็เป็นเอกลักษณ์และสามารถเข้าใจได้ง่าย โดยคุณสามารถนั่งฟังธรรมไปพร้อมกับเสียงของจิ้งหรีดในบริเวณวัด

วัดซูซุมุชิสร้างขึ้นเมื่อปี 1723 ในยุคเอโดะ พระสงฆ์ในวัดได้รับการฝึกฝนตั้งแต่อายุ 12 ปีที่วัดเอ็นเรียคุจิในเกียวโตเพื่อฟื้นฟู “เคกง” นิกายหนึ่งในพุทธศาสนาและเมื่อได้รับชื่อใหม่ในปี1868 วัดนี้ก็กลายเป็นวัดเซ็นมาจนถึงปัจจุบัน

สถานที่ตั้ง : 〒615-8294  31 matsumurojikechou nishikyo-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 15 นาทีจาก Matsuo Station สาย Hankyu Arashiyama

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 16:30 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดซูซุมุชิ

Map :


4. ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine)

ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine)

ศาลเจ้าคิฟุเนะจินจะ ศาลเจ้าหลักจากศาลเจ้าคิฟุเนะอีกกว่า 450 แห่งซึ่งเป็นที่สักการะเทพเจ้าทาคาโอะคามิโนะคามิหรือเพทเจ้าแห่งสายน้ำ ถึงแม้ว่าระยะเวลาที่จัดตั้งขึ้นนั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ก็มีบันทึกว่าห้องโถงใหญ่ของที่นี่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1055 ตั้งแต่ที่ศาลเจ้านี้กลายมาเป็นศาลเจ้าแห่งสายน้ ำก็มีผู้คนมากมายเข้ามาดำเนินธุรกิจร้านอาหารและแวะเวียนเข้ามาสักการะบูชาเทพเจ้าแห่งสายน้ำ

ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine) 1

ศาลเจ้าคิฟุเนะจินจะจัดพิธีเพื่ออุทิศม้าเพื่อขอฝนและแสงแดด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะฟังดูเหมือนใช้ม้าจริง แต่แท้จริงแล้วที่ศาลเจ้าใช้ม้าไม้และรูปภาพม้าแทนการใข้ม้าจริง ๆ ซึ่งม้าไม้เหล่านี้ทำจากไม้เดียวกันกับไม้ที่ใช้ทำเอะมะ (แผ่นป้ายที่ใช้เขียนขอพร) ศาลเจ้านี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับการฟื้นความสัมพันธ์จากนักกวีในยุคเฮอันที่ชื่อว่าอิซึมิ ชิกิบุ ดังนั้นการมาสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้าคิฟุเนะนั้นจึงนับว่าจะดีต่อความสัมพันธ์ของคนที่มาอธิษฐานด้วย Yui-no-Shiro ซึ่งอยู่ระหว่างห้องโถงใหญ่และด้านหลังของศาลเจ้า เป็นที่รู้จักว่าเป็นสถานที่ที่มีพลังลึกลับที่จะสามารถทำให้เราได้รับความสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน ในทางตรงกันข้ามเทพเจ้าของศาลเจ้าแห่งนี้ ก็ยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะผู้ที่มีอำนาจที่จะยุติความสัมพันธ์ด้วย จนดูเหมือนว่าเทพเจ้าที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีอำนาจในการอำนวยแก่ผู้ที่เข้ามาสักการะมากทีเดียว

ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine) 2

ศาลเจ้าสวยมากในระหว่างที่มีใบไม้สีเขียวอย่างช่วงที่ใบไม้กำลังเขียวสดในฤดูใบไม้ผลิ หรือจะเป็นใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อย่างไรก็ตามก็อยากแนะนำให้มาเที่ยวที่ศาลเจ้านี้ในช่วงฤดูร้อน ในขณะที่มีการจัดที่นั่งพิเศษที่ริมแม่น้ำคิฟุเนะที่เตรียมไว้สำหรับผู้เข้าเยี่ยมชม สามารถเข้ามาสัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกี่ยวโต รวมไปถึงอาหารพื้นเมืองพร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์ไปด้วย

สถานที่ตั้ง : 〒601-1112 180 kifunecho kurama sakyo-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 30 นาทีจาก Eizan Railway Kifuneguchi Station (หรือจะนั่งรถบัสก็ได้)

เวลาเปิด-ปิด : 6:00 – 20:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลเจ้าคิฟุเนะ

Map :


5. วัดเทนริวจิ (Tenryuji Temple)

วัดเทนริวจิ (Tenryuji Temple)

วัดเทนริวจิ สร้างขึ้นเมื่อปี 1339 โดยโชกุนอาชิคางะ ทาคาอุจิ (1305-1358) เพื่ออุทิศแด่องค์พระจักรพรรดิ โก-ไดโงะ (1288-1339) โดยการออกแบบของ มุโซ โซเซกิ (1275-1351)แต่เมื่อเงินกองกลางที่ได้รับบริจาคไม่เพียงต่อการใช้จ่ายในการก่อสร้างท่านมุโซ โซเซกิและโชกุนอาชิคางะ ทาคาอุจิจึงได้คิดจะส่งเรือสำเภาสองลำออกไปทำการค้ากับประเทศจีน เพื่อหวังนำผลกำไรจากการค้าขายนั้นมาใช้ในการสร้างวัดแห่งนี้ต่อ ซึ่งวิธีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากโดยวัดแห่งนี้สามารถสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ได้ในปี 1345 และถูกกำหนดให้เป็นวัดแรกใน 5 วัดแห่งภูเขาศักดิ์สิทธิ์ (วัดเซน 5 วัดที่มีความสำคัญในเมืองเกียวโต) และยังคงตำแหน่งนี้เอาไว้จนมาถึงปัจจุบัน

วัดเทนริวจิ (Tenryuji Temple) 1

ตั้งแต่การก่อสร้าง วัดเทนริวจิก็ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ถึง 8 ครั้งในปี 1358, 1367, 1373, 1380, 1447, 1468, 1815, และปี 1864 และได้รับความเสียรุนแรงในปี 1445 และปี1468 และได้รับสนับสนุนทางเงินจากโชกุนโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ในการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ในปี 1585 วัดเทนริวจิกลับมาวุ่นวายอีกครั้งในปี 1815 และเสียหายจากเพลิงไหม้อีกครั้งในปี1864 ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากสงครามจนสิ้นสุดลงในปี 1868 จากนั้นในปี 1877 วัดเทนริวจิที่กำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะใหม่นั้นก็ถูกทางรัฐบาลเมจิยึดพื้นที่กว่า 4 ตารางกิโลเมตร เพื่อนำไปใช้เป็นพื้นที่สร้างวัดซางาโนะไป จึงทำให้วัดเทนริวจิเหลือพื้นที่ครอบครองอยู่เพียงแค่ 1 ในสิบของพื้นที่เดิม

วัดเทนริวจิ (Tenryuji Temple) 5

แม้จะพ่ายแพ้ต่อการร้องขอพื้นที่ไปแต่วัดเทนริวจิก็ยังคงบูรณะต่อไปจนถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เรือนเซนโด (ห้องปฏิบัติธรรมของนิกายเซน) เป็นเพียงอาคารเดียวที่ยังเหลือรอดจากการถูกเพลิงไหม้เมื่อปี 1864 และถูกรื้อถอนไปในช่วงปลายของศตวรรษที่ 19 โดยได้มีการสร้างฮัตโตะ (ห้องเรียนคำสอน) และ บุทสึเดน (อาสนวิหาร) ขึ้นมาแทนที่ และในปี 1900 ยังมีการอาคารใหม่ขึ้นมาเพิ่มนั่นคือ เรือนโฮโจ (อาสนาวิหารหลัก) และ คุริ (ห้องครัวของวัด) รวมทั้งมีการสร้างโคโอโจ (อาคารสำหรับใช้รับแขก) ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี 1924 ก่อนที่ในปี1934 จะมีการสร้างวิหารใหม่ชื่อทาโฮเดน (ศาลเจ้าที่อุทิศให้แก่พระจักรพรรดิโก-ไดโงะ) รวมไปถึงรูปปั้นของโชอุน-คาคุ และเรือนน้ำชาคังอุ-เท จนทำให้วัดเทนริวจิมีหน้าตาอย่างที่พวกเราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน

ผ่านมา 700 กว่าปีแล้วแต่ชื่อเสียงของ “มุโซ โซเซกิ” ยังคงเป็นที่กล่าวถึงเมื่อเขาได้ออกแบบสวนโซเก็นจิ ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลญี่ปุ่น ให้เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสวนที่ทัศนียภาพที่สวยงามโดดเด่นที่สุด

วัดเทนริวจิ (Tenryuji Temple) 2

สถานที่ตั้ง : 〒616-8385 68 Susukinobaba-cho Saga-Tenryuji Ukyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 15 นาทีจาก Arashiyama Station

เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดเทนริวจิ

Map :


6. วัดบิชามอนโด (Bishamondo Temple)

วัดบิชามอนโด (Bishamondo Temple)

วัดบิชามอนโด เป็นหนึ่งใน “โกคาชิทสึมงเซกิจิน” (วัดพิเศษสำหรับราชวงศ์และขุนนาง) ของนิกายเท็นได ที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดบิชามอนโดนั่นเพราะเป็นวัดที่อุทิศแก่บิชามอนเท็น หนึ่งในเจ็ดของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 703 โดยนักบวชชื่อเคียวคิซึ่งถูกแต่งตั้งโดยจักรพรรดิมงมุ ณ เวลานั้นวัดนี้ตั้งอยู่ที่ทางเหนือของบริเวณราชวังเกียวโตในอิสุโมะจิและใช้ชื่อว่า “วัดโกโฮซัน อิทสึโมะ-จิ” วัดแห่งนี้เสียหายจากสงครมในยุคเอโดะ (1603-1868) และเนื่องจากความพยายามของเท็นไค นักบวชในนิกายเท็นไดที่ติดต่อสัมพันธ์กับโชกุนโตกุกาวะ อิเอยะสุทำให้การบูรณะเกิดขึ้นและได้ย้ายวัดแห่งนี้ไปอยู่ที่ยามะชินะ หลังจากที่โคไคบุตรชายของเท็นไกได้ดำเนินการบูรณะสานต่อจากบิดาก็สามารถบูรณะวิหารหลักฮนโดะได้สำเร็จ

วัดบิชามอนโด (Bishamondo Temple) 2

โกเบ็นโฮชิโนะ บุตรคนที่ 6 ของจักรพรรดิโกไซได้รับ “จูไค” (ได้รับการบวชเป็นนักบวชทางพุทธศาสนาโดยรับพระบัญญัติของพระพุทธศาสนา) ที่วัดแห่งนี้และเรียนคำสอนอยู่ที่นี่จนได้กลายเป็นพระสงฆ์ หลังจากนั้นที่นี่จึงได้กลายเป็นวัด มงเซกิ-จิอิน (วัดจักรพรรดิและเหล่าขุนนางเดินทางไปสักการะ) และถูกเรียกว่า “บิชามอนโด มงเซกิ” พระพุทธรูปบิชามอนเท็นถูกสร้างโดยไซโจ ผู้ก่อตั้งนิกายเท็นไดโดยใช้วัสดุที่เหลือมาจากการแกะสลักพระประธานในห้องโถงใหญ่ วัดบิชามอนโดเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการขอพรเพื่อทำธุรกิจและความปลอดภัยภายในบ้าน ในเดือนมกราคมของทุกปีจะมีการจัดแสดง “ฟุกุซาสะ” (งานฝีมือที่ทำขึ้นมาจากไม้ไผ่หลากหลายขนาด) ขึ้นที่นี่ อาคารในวัดเรียงตัวเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามและยังเป็นอาคารใหม่ของวัด มงเซกิ-จิอิน ที่งดงาม คนที่เข้ามาสักการะนั้นมักจะเข้ามาที่นี่ในช่วงฤดูดอกไม้บานหรือใบไม้ร่วง

สถานที่ตั้ง : 〒607-8003  18 Ansyu Inariyama-cho Yamashina-ku Kyoto City Kyoto Prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 15 นาทีจาก Sarasina Station

เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดบิชามอนโด

Map :


7. ศาลเจ้าโจนันงุ (Jonangu Shrine)

ศาลเจ้าโจนันงุ (Jonangu Shrine)

เคียวคุซุย โนะ อุทาเกะ” เป็นการแสดงชั้นสูงที่จัดขึ้นสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของเหล่าขุนนางในญี่ปุ่น ซึ่งมีการแสดงขึ้นที่ศาลเจ้าโจนันงุในภาคใต้ของเกียวโตปีละสองครั้งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง การนี้ได้รับความนิยมในช่วงปลายยุคนาราและยุคเฮอัน ต่อจากนั้นการฝึกซ้อมเริ่มตายลงไปอย่างช้าๆ เมื่อซามูไรได้รับอำนาจทางการเมืองจนกระทั่งถูกฟื้นฟูขึ้นมาในช่วงกลางทศวรรษจนถึงปี 1900

ศาลเจ้าโจนันงุ จัดการแสดงเคียวคุซุย โนะ อุทาเกะ (การแสดงเกี่ยวกับสายน้ำ) ในวันที่ 29 เมษายนและ 3 พฤศจิกายนโดยเริ่มตั้งแต่บ่าย 2 นักกวีท้องถิ่นจะแต่งกายที่เป็นที่นิยมของยุคเฮอัน นั่นคือการแต่งกายในชุดผ้าไหมที่มีลวดลายที่แสดงถึงสวนธรรมชาติ และจะมีการขับกลอนประจำปีของนักบชที่ศาลเจ้า ซึ่งในแต่ละปีจะมีธีมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าคลาสสิกของญี่ปุ่นเรื่อง “เรื่องของเกนจิ” ได้รับการคัดเลือกเป็นบทกวีหลักที่ต้องขับเสมอ รวมไปถึงเรื่อง “ยูงาสุมิ” ในปี 2015 หรือเรื่อง “หมอกยามค่ำ” และในระหว่างการขับกวีนั้นนักกวีคนอื่นก็จะเขียนบทกลอนเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องนั้น ๆ ไปด้วย

ศาลเจ้าโจนันงุ (Jonangu Shrine) 1

นอกจากงานสังสรรค์ด้านวิชาการที่เหล่าขุนนางนิยมจัดกันแล้วพวกเขายังเพลิดเพลินไปกับการผ่อนคลายแบบอื่น ๆ ด้วยเหมือนกันเช่นเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ สาเกจะถูรินใส่แก้วใบเล็ก ๆที่มีลายเรือที่แล่นไปตามลำธารเล็ก ๆ บนเรือมีรูปนกตัวเล็ก ๆ ที่จับเสาไม้ไผ่และกำลังตั้งท่าพุ่งไปทางเรือและให้ความช่วยเหลือแก่กวีที่กำลังร่ายรำแบบอิมาโยะ ก่อนที่พวกเขาจะเขียนกลอนเกี่ยวกับเสียงของนกโกโตะที่กำลังถอนขนในเพิ่มลงไปในพื้นหลังอีก

ทั้งตั้งของศาลเจ้านั้นอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ในฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยดอกไอริซ อซาเลียและวิสทีเรียบานเต็มที่ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปสู่ความสงบและวิถีการดำเนินพิธีทางศาสนาของขุนนางชาวเฮอัน หลังจากที่คุณเพลิดเพลินกับการแสดง “เคียวคุซุย โนะ อุทาเกะ” แล้วอย่าพลาดการสำรวจสวนอันกว้างใหญ่ของศาลเจ้าซึ่งประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ถึงห้าแบบซึ่งแสดงถึงรูปแบบสวนต่าง ๆ ตลอดประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

สถานที่ตั้ง : 〒612-8459  7 nakajima tobarikyu-cho hushimi-ku kyoto city kyoto prefecture

การเดินทาง : เดินเท้า 15 นาทีจาก Takeda Subway Station

เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 16:30 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลเจ้าโจนันงุ

Map :


หลายคนคงรู้จักสถานที่ดังกล่าวไปแล้ว แต่คาดว่าอีกหลายคนคงยังไม่รู้ว่ามีวัดหรือศาลเจ้าที่สวยงามอยู่ที่เกียวโตด้วยหรือ! เอาเป็นว่ามีแน่นอนครับ คิดว่าเรื่องของการเดินทางคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวแน่นอนครับ เพราะเมื่อถึงสถานีต่างๆ ของแต่ละสถานที่แล้ว สามารถเดินจากสถานีเข้าไปได้เลยครับ ใช้เวลาเดินทางไม่นานครับ ครั้งต่อไป JP-Trip จะมาแนะนำสถานที่ยอดนิยม สถานที่ที่มีชื่อเสียงที่ไหนอีกรอติดตามด้วยนะครับ!!… ^0^

ขอบคุณรูปภาพจาก : gary4now


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -