10 วัดและศาลเจ้าในเกียวโต แหล่งท่องเที่ยวต้องห้ามพลาด! ในปี 2018

May 21, 2018

วัดและศาลเจ้าในเกียวโตนั้น มีศาลเจ้าชินโตกว่า 400 แห่งในเกียวโต การเลือกสถานที่ที่ดีที่สุดในการไปเยือนเกียวโตอาจเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก เพราะมีสถานที่ให้เลือกหลายต่อหลายแห่งด้วยกันครับ ดังนั้น JP-Trip ได้ทำการรวบรวมวัดและศาลเจ้าที่คนผู้คนส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวมากที่สุดในเกียวโต เพื่อช่วยให้คุณได้ใช้เวลาในการตัดสินใจได้เร็วขึ้นครับ

วัดในเกียวโตและศาลเจ้าของเมืองเกียวโตได้รับความสนใจจากผู้เยี่ยมชมทั่วโลก จากวัดและศาลเจ้ากว่า 400 แห่งดังกล่าว เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยววัดและศาลเจ้าที่น่าสนใจอันดับต้น ๆ ในเกียวโตมาให้เลือกทั้งหมด 10 สถานที่ดังนี้ครับ

1. วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือ วัดทอง

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือวัดทอง

วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือ วัดทอง นับเป็นวัดสำคัญของเกียวโตโดยมีอีกชื่อหนึ่งคือ “วัดโรคุองจิ” วัดแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 โดยวัดนี้แต่เดิมสร้างเพื่อใช้เป็นบ้านพักของท่านโชกุนอาชิกางะ โยชิมิสุ โชกุนที่ปกครองสมัยนั้นภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต หลานชายของท่านได้เปลี่ยนจากที่พำนักเป็นวัดนิกายเซนที่กำลังเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาในยุคนั้น (นิกายเซนคือนิกายหนึ่งของพุทธศาสนาที่เน้นการฝึกสมาธิและวิธีควบคุมจิตใจให้นิ่งและบริสุทธิ์) พลับพลาสีทองที่ส่องสว่างนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเกียวโต

วัดแห่งนี้ถูกไฟสงครามและความวุ่นวายต่าง ๆ เผาไปหลายต่อหลายครั้งและเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังถูกลอบวางเพลิงอีกด้วย แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้นักเขียนชื่อ ยูกิโอะ มิชิมะ นำไปเขียนเป็นนวนิยายชื่อ “Kinkaku-ji” (วิหารแห่งพลับพลาสีทอง) จนโด่งดัง และวัดทองอันเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โด่งดังมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่นนี้ ยังได้รับการยอมรับจากยูเนสโกว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

“วัดคินคะคุจิหรือวัดทอง” เป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีความสูง 12.5 เมตร ชั้นที่ 2 และ 3 ปิดด้วยทองคำเปลวเรียกว่า “Shari-den” เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ตัวอารามถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1950 อาคารที่เห็นปัจจุบันได้ซ่อมแซมใหม่ในปี ค.ศ.1955 ส่วนที่เป็นทองที่เห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะเมื่อปี ค.ศ. 1987 ใช้แผ่นทองคำเปลวทั้งหมด 2 แสนแผ่น ซึ่งมีน้ำหนักถึง 20 กิโลกรัม

เวลาเปิด-ปิด : 9:00~17:00 ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่: 400 เยน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple)


2. วัดกินคะคุจิ (Ginkaku-ji Temple) หรือ วัดเงิน

วัดกินคะคุจิ (Ginkaku-ji)

วัดจิโชจิ หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ วัดกินคะคุจิ (วัดแห่งพลับพลาสีเงิน หรือวัดเงิน) เป็นวัดที่สง่างามตั้งอยู่ในบริเวณที่สวยงามที่เชิงภูเขาทางตะวันออกของเมืองเกียวโต บริเวณดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมภูมิทัศน์ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะนั่งบนบันไดข้างสวนทรายแสนสวยกว้าง 2 เมตร หรือเดินเล่นตามเส้นทางเพื่อสัมผัสความแวววาวสวยงามของศาลา จะหันไปทางไหนก็จะทำให้คุณได้ตระหนักถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่น่าประทับใจ

เดิมทีที่นี่ได้รับการออกแบบให้เป็นศาลาที่อยู่อาศัยภายหลังการเกษียณอายุของโชกุน Ashikaga Yoshimasa (1436-1490) ในยุค Muromachi (1338 – 1573) วัดกินคะคุจิเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เข้าคู่กันกับวัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือวัดทอง (พลับพลาสีทอง) ถึงอย่างนั้นวัดกินคะคุจิก็ยังไม่เคยถูกเคลือบด้วยสีเงิน และตัวอาคารวัดหลักก็ยังคงเป็นสีน้ำตาลที่ไม่ทาสี

เวลาเปิด-ปิด : 8:30~17:00

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  วัดกินคะคุจิ (Ginkaku-ji Temple)


3. วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple) หรือ วัดน้ำใส

วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizudera Temple) หรือ วัดน้ำใส

วัดคิโยะมิซุ อาจเป็นวัดที่นิยมมากที่สุดในเกียวโตและเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของคนญี่ปุ่น ระเบียงของกระท่อมยื่นออกมาจากด้านข้างของภูเขารองรับเสาไม้สูง 13 เมตร ห้องโถงใหญ่ที่มีปีกนกรูปแบบฮิป-เชพที่โดดเด่นตั้งอยู่ด้านหลังของระเบียงและภายในบ้าน ซึ่งประดับด้วยรูปปั้นอันล้ำค่าของโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม เทพธิดาแห่งความเมตตา จากระเบียงท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามทางทิศตะวันตกของเมืองเกียวโต นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกเป็นอย่างยิ่ง

เวลาเปิด-ปิด : เปิด 6:00 น .- 18:00 น. ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่: 300 เยน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple)


4. วัดโทจิ (To-ji Temple)

วัดโทจิ (To-ji)

วัดโทจิ ก่อตั้งขึ้นในปี 794 ด้วยคำสั่งของจักรพรรดิ Kammu เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพของประเทศชาติ และในปี 823 วัดแห่งนี้ถูกมอบให้กับ Kobo Daishi (Kukai) ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Shingon โรงเรียนสอนพุทธศาสนาในญี่ปุ่น อาคารหลัก (Kondo) ถูกสร้างขึ้นจากไม้อย่างเรียบง่ายในปี 1603 โดยคำสั่งของ Hideyori ลูกชายของขุนนาง Hideyoshi Toyotomi ในรูปแบบพื้นเมืองผสมผสานวัฒนธรรมจีนและอินเดีย อาคารนี้มีรูปปั้นของ Yakushi (พระผู้รักษา) และผู้ช่วย Nikko และ Gakko ตั้งอยู่ด้วย เจดีย์ห้าชั้นของวัดโทจิ มีมาตั้งแต่ปี 826 และถูกบูรณะอีกครั้งในปี 2187 เจดีย์สูง 55 เมตรเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

เวลาเปิด-ปิด : 8:30~17:30

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  วัดโทจิ (To-ji Temple)


5. ศาลเจ้าคิตาโน่เทนมานกุ (Kitano Tenmangu Shrine)

ศาลเจ้าคิตาโน่เทนมานกุ (Kitanotenmangu Shrine)

ศาลเจ้าคิตาโน่เทนมานกุ เป็นศาลที่ถูกสร้างขึ้นทางตอนเหนือของเกียวโตเมื่อ 1000 ปีก่อน ศาลเจ้าถูกสร้างขึ้นในคริสตศักราชที่ 974 โดยจักรพรรดิที่ปกครองประเทศอยู่ในขณะนั้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ Sugawara no Michizane นักวิชาการและนักการเมืองผู้เป็นตัวแทนของยุคกลางของ Heian (คศ.794 – คศ.1185) รวมทั้งสร้างให้เป็นจุดศูนย์รวมของคนในชาติ ผู้คนทุกชนชั้นนับตั้งแต่ครอบครัวจักรพรรดิ, ขุนนาง, ซามูไร และสามัญชนต่างมาสักการะและทำพิธีต่างๆ กันที่ศาลเจ้านี้กันทั้งหมด ศาลเจ้า Kitano Tenmangu เป็นศาลเจ้าครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นสถานที่ประดิษฐานของเทพหลายๆ องค์

เวลาเปิด-ปิด : 5:00~18:00 เข้าฟรี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ศาลเจ้าคิตาโน่เทนมานกุ (Kitano Tenmangu Shrine)


6. วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple)

วัดโทฟุคุจิ (Toufukuji)

วัดโทฟุคุจิ นี้เป็นวัดหลักของโรงเรียนวัดโทฟุคุจิ สถานที่เรียนคำสอนของนิกายรินไซหนึ่งในนิกายของพุทธเซ็น สร้างขึ้นในปี 1236 ตามคำแนะนำของคุโจ มิจิเอะ บุรุษที่ยิ่งใหญ่ในยุคคามาคุระผู้ต้องการที่จะสร้างวัดในเมืองเกียวโตและเมืองนารา แม้แต่ชื่อของวัด “โทฟุคุจิ” เองนั้นก็มาจากตัวอักษรต่าง ๆ ของวัดในนารา

อาคารดั้งเดิมเสียหายจากเพลิงไหม้และบูรณะขึ้นมาใหม่ในศตวรรษที่ 15 โดยยึดแบบโครงสร้างเดิมและได้กลายมาเป็นวัดดังที่เป็น 1 ใน 5 มหาวิหารแห่งเกียวโต ด้วยไฟสงครามในยุคเมจิทำให้วัดแห่งนี้เสียหายหนักมากโดยเฉพาะ “บุทสุเด็น” (อาสนวิหาร) แต่เมื่อถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้วก็ยังรักษาเอกลักษณ์ของวัดเซ็นในสมัยยุคกลางเอาไว้อยู่

เวลาเปิด-ปิด : 9:00~16:00

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple)


7. ศาลเจ้าเทพอินาริ (Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าเทพอินาริ (Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าเทพินาริ เป็นศาลเจ้าชินโตที่เป็นที่คุ้นเคยมากที่สุดในหมู่ชาวญี่ปุ่น ร่ำลือกันว่ามีคนประมาณสามหมื่นคนทั่วประเทศทุกเพศทุกวัยที่แวะเวียนมา ฟุชิมิอินาริไทฉะ เป็นศาลเจ้าหลักที่แตกแยกออกไปอีกหลายศาลเจ้าย่อย ๆ ภูเขาอินาริที่ศาลเจ้านี้ตั้งอยู่นั้นเรียกว่า “คัมนาบิ” หรือ “ที่พำนักของเทพเจ้าแห่งฟุชิมิอินาริไทฉะ” เชื่อว่าเทพอินาริหรือ “เทพเจ้าจิ้งจอก” นั้นได้เดินทางมาถึงยอดเขาในงานเทศกาลม้าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 711 ตามแบบแผนของจักรราศีและปฏิทินจันทรคติ ซึ่งในปี ค.ศ. 2011 ที่ผ่านมาเพิ่งมีการจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 1,300 ปีของเทศกาลนี้ไป และเทพอินาริหรือเทพจิ้งจอกนั้น ได้ถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด เข้าฟรี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ศาลเจ้าเทพอินาริ (Fushimi Inari Shrine)


8. วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)

วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)

วัดเรียวอันจิ เป็นวัดที่มีสวนเซ็นที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น สร้างด้วยรูปแบบสวนคาเระ-ซันซุย (สวนที่ไม่มีน้ำ) วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1450 โดย คาซึโมโตะ โฮโซคาวะซึ่งภายในนั้นประกอบไปด้วยสวนไม้และบ่อน้ำ มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเข้าชมสวนหินหลัก โดยเป็นสวนแบบสี่เปลี่ยนผืนผ้าภายในปูด้วยกรวดและมีกลุ่มของก้อนหินน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายกันอยู่ประมาณ 15 กอง ว่ากันว่ามีแต่หิน 14 กองเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ในวัดจนพระพุทธเจ้าบรรลุการตรัสรู้จึงมีหินกองที่ 15 ปรากฎขึ้น

เวลาเปิด-ปิด : 8:00~17:00

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)


9. วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo Temple)

วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo Temple)

วัดซันจูซันเก็นโด ชื่อของวัด หากแปลตามตัวอักษรจะแปลได้ว่า “โถงที่มีช่องว่างสามสิบสามช่องระหว่างแถว” สื่อถึงประติมากรรมยาว 120 เมตร (อาคารไม้ที่ยาวที่สุดในโลก) ที่โถงหลักของวัด

ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของสถานที่ทวีคูณขึ้น เพราะรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมพันรูปที่ตั้งเรียงรายเต็มพื้นที่ห้องโถง ราวกับกองทัพเทพแห่งความเมตตาที่พวกเขายืนอยู่อยู่รอบรูปปั้นหลัก ในแนวกว้าง 50 รูปและแนวยาว 10 รูป รูปแกะสลักสง่างามถูกสร้างขึ้นจากไซปรัสและคลุมทับด้วยใบไม่ที่ทำจากทอง แต่ละรูปมีแขนมากกว่า 20 คู่ และแขนแต่ละคู่มีหน้าที่ในการช่วยเหล่าโลกทั้งหลายในจักรวาล รูปปั้นทั้ง 124 รูปนี้ได้รับการบูรณะขึ้นจากเหตุการณ์ไฟไหม้วัดเก่าในปี 1249 ส่วนวันก่อตั้งวัดอยู่ในปี 1164 ส่วนรูปปั้นที่เหลือส่วนใหญ่เป็นรูปปั้นที่ถูกแกะสลักขึ้นในศตวรรษที่ 13

เวลาเปิด-ปิด : 9:00~17:00 ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่: 400 เยน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo Temple)


10. ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine)

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine)

ศาลเจ้าเฮอัน นีี้ถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่กว้างขวางแต่ประตูโทริอินั้นกลับไม่ใหญ่เท่าในยุคเฮอัน วัดนี้เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 1895 เพื่อเฉลิมฉลองปีที่ 1100 ของ “เฮอัน-เกียว” (ชื่ออย่างเป็นทางการของเมืองเกียวโต) การออกแบบของศาลเจ้านี้ถูกถอดแบบมาจากราชวังในยุคเฮอัน เมื่อครั้งอดีตกาลที่ยังไม่มีวัดนี้อยู่นั้นผู้ก่อตั้งได้เสนอความคิดที่จะสร้างวิหารเล็ก ๆ ขึ้นมาโดยยึดแบบสร้างที่เทียบเท่ากับราชวังในสมัยนั้นจนได้ชื่อว่าเป็นแวร์ซายของญี่ปุ่น

ข้ามทางเดินกรวดไปจะเป็นจุดที่คุณสามารถเข้ามาสักการะและขอพรได้ ถ้าคุณอยากมีโชคที่ศาลเจ้าก็ยังมีเครื่องรางขายให้คุณได้พักให้อุ่นใจ และคุณยังสามารถดูดวงได้ด้วยการเสี่ยงเซียมซีหรือที่รู้จักกันในภาษาญี่ปุ่นว่า “โอมิคุจิ” ศาลเจ้าเฮอันนั้นเป็นศาลเจ้าที่สามารถมาสักการะขอพรในเรื่องต่างๆ และยังมีสวนที่สวยงามมากอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : 8:30~17:30

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine)


วัดและศาลเจ้ายอดนิยมในเกียวโตทั้ง 10 สถานที่ดังกล่าว เป็นสถานที่ที่ผู้คนส่วนมากเมื่อเดินทางเข้าสู่เกียวโตแล้วเป็นต้องแวะเยี่ยมชมให้ได้ เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ทั้งประวัติความเป็นมาที่น่าศึกษา รวมถึงความสวยงามของแต่ล่ะสถานที่เป็นอย่างมาก

ยังมีวัดและศาลเจ้าในเกียวโตที่สวยงามและน่าสนใจอีกหลายแห่งที่ JP-Trip อยากแนะนำมากๆ ครับ เอาไว้ครั้งต่อไปเราจะมาแนะนำว่าสถานที่ไหนที่ผู้คนให้ความสนใจมากๆ ก็อย่าลืมติดตามด้วยนะครับ..


- สถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ -