เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)
MENUMENU

เที่ยวญี่ปุ่น (Japan Travel)

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น (JAPAN TRAVEL) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

【แนะนำ 10 ที่กิน-ดื่ม-เที่ยว】ใกล้สถานีเกียวโต (Kyoto Station) กินดื่มเที่ยวที่เดียวครบ!

June 25, 2018 คาเฟ่ & ขนม & ชาเขียว, ร้านอาหารนานาชาติ, วัดและศาลเจ้า, เทมปุระ-อาหารทอด, jptripadm

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^


“เกียวโต (Kyoto)” เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าเป็นเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นก็สะดวกและรวดเร็ว เพราะมีการคมนาคมขนส่งที่สะดวกสบายมีสถานีรถไฟที่เชื่อมระหว่างเมืองอย่าง เช่น “สถานีเกียวโต (Kyoto Station)” เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะพักที่โรงแรมไหนก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกแน่นอนครับ

อย่างเช่นหัวข้อเรื่องที่เราจะมาแนะนำกันวันนี้ครับ “10 สถานที่เที่ยว-กิน-ดื่ม ใกล้สถานีเกียวโต” เรียกได้ว่ามาแค่สถานีเดียวเที่ยวได้ครบเลยก็ว่าได้นะครับ ทั้งเรื่องการเที่ยววัดดัง ร้านอาหารอร่อย ร้านนั่งดืมชิลๆ Check-in เก่ๆ (ไม่รู้เกี่ยวกันไหม ฮาา) แน่นอนว่าหากได้มาอีกครั้งก็คงต้องแวะอีกครั้งแหละครับ เริ่มกันเลยดีกว่าครับ ^-^

 

ที่กิน (EAT)

มาถึงเรื่องแรกก็กินกันก่อนเลยละกันนะครับ อ่าา…หลายคนตั้งตารอและมีความสนใจเรื่องของการกินเอามากๆ แน่นอนว่าถ้าไปต่างถิ่นเมืองนอกเมืองนาก็ต้องหาอะไรแปลกๆ หน้าตาน่ากิน ของอร่อยพื้นเมือง หรือแม้ร้านดังร้านที่มีชื่อเสียงเลื่องลือกันหน่อยจริงไหมครับ ผมเองคนหนึ่งไปต่างจังหวัดถูกใจหรือไม่ก็ต้องลองชิมกันก่อนล่ะ ร้านอาหารหรือของกินในวันนี้ก็เช่นเดียวกันคือเราหยิบร้านที่เดินทางสะดวกและใกล้กับสถานีเกียวโต (Kyoto Station) เรียกได้ว่าบางร้านเดินไม่ถึง 10 นาทีจากสถานีเท่านั้นก็ถึงแล้วล่ะครับ เอาเป็นว่าไปดูกันเลยย!!!

1. ร้านชิมปุกุไซคัง สาขาหลัก (Shinpukusaikan Head Branch)

ร้านชิมปุกุไซคัง สาขาหลัก (Shinpukusaikan Head Branch)

ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1938 (ปีโชวะที่ 13) “ร้านชิมปุกุไซคัง” เกิดมาก่อนสงครามโลกเสียอีก เป็นร้านราเม็งเก่าแก่ที่ว่ากันว่าเริ่มต้นร้านมาด้วยการเป็นเพียงรถเข็นขายบะหมี่ และนี่ไม่ใช่การพูดเกินจริงเลยที่จะบอกว่า ร้านนี้เป็นร้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการทานราเมนในเกียวโต เป็นร้านชื่อดังที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัยทุกๆ คนก็จะพูดถึงราเม็งของเขาอยู่ตลอด กระทั่งในปัจจุบันนี้ที่ยิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า เพราะคิวยังคงยาวเหมือนดั่งในอดีตที่ผ่านมาโดยเฉพาะในช่วงมื้อกลางวันที่คิวจะยาวเป็นพิเศษ ภายในร้านที่ตกแต่งเอาไว้อย่างที่จะทำให้คุณได้กลิ่นอายและบรรยากาศของยุคสมัยโชวะ และร้านนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง! นั่นก็เพื่อให้ลูกค้าหลายๆ คนได้ทานราเม็งเป็นมื้อเช้าหรือที่เรียกกันว่า “อาสะราเม็ง

ราเมนของร้านชิมปุกุไซคันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นราเม็งน้ำดำทั้งสิ้นซึ่งเป็นราเม็งโบราณสไตล์บะหมี่จีน ในฐานะของบะหมี่แบบพื้นฐานของเกียวโตนั้นจึงมีต้นหอมโรยหน้าอยู่เป็นจำนวนมาก มีหมูชาชูสไลด์วางอยู่เช่นกัน พูดถึงซุปของที่นี่โดยปกติแล้วก็จะมีรสเค็มเหมือนกับที่พอจะเดาได้จากการมองนั่นล่ะ! แต่จะอย่างไรก็ไม่ได้เค็มมากมายอะไรเพราะเอาเข้าจริงแล้วนั้น ซุปของที่นี่นับเป็นซุปที่ทานค่อนข้างง่ายทีเดียว ทั้งไก่และหมูนั้นถูกต้มและตุ๋นในซุปโชยุจึงทำให้มีรสชาติของโชยุติดกับเนื้อมาด้วย ทำให้มีรสโดดเด่นขึ้นมาและเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับซุปอีกด้วย! เส้นของที่นี่เป็นเส้นขนาดกลางให้ความรู้สึกเหมือนกับเส้นบะหมี่ของจีน! อีกเมนูหนึ่งที่แนะนำของร้านชิมปุกุไซคันก็คือบะหมี่น้ำดำ “ยากิเมชิ” เป็นเมนูขึ้นชื่อที่มีคนชื่นชอบมากมายแต่ไม่ได้หมายความว่ารสชาติจะเค็มปี๋เหมือนกับสีของซุปหรอกนะ…ซุปโชยุของที่นี่หอมกรุ่นและเข้ากันได้ดีกับหัวหอม กระเทียม รวมไปถึงไข่ทอดที่ถูกใช้เป็นเครื่องปรุงเช่นกัน

สถานที่ตั้ง : 〒600-8213 569 Higashishiokouji Mukaihata-cho Shimogyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : เดินเท้า 7 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 ~ 22:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : ร้านชิมปุกุไซคัง สาขาหลัก (Shinpukusaikan Head Branch)

Map :


2. ร้านเซ็นโตร (Centro)

ร้านเซ็นโตร (Centro) 2

อาหารจากเตาอบของร้าน “เซ็นโตร (Centro)” ถือเป็นที่โปรดปรานของสาวๆ เมืองเกียวโตและเป็นร้านที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้เข้ามาลอง ประการแรกคืออาหารทานเล่นที่มีถึง 5 สไตล์ด้วยกันและเหมือนว่าจะเปลี่ยนเมนูไปทุกวันด้วย โดยยึดเอาจากเมนูยอดนิยมที่ลูกค้าวัยผู้ใหญ่มักจะสั่งกันเมื่อเข้ามาที่ร้านนี้ ต่อมาที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ “พิซซ่าแบบออริจินอล” ของร้านเซ็นโตรที่โรยหน้าด้วยอะโวคาโด้, แฮมสดและสลัดที่มากับชุดพิซซ่าทำให้กลายเป็นเมนูที่รักของสาวๆ นั่นเอง

ความหรูหราไฮโซ” ของที่นี่คือหน้าตาของอาหารนี่ล่ะ เขาจัดจานสวยมาก! พิซซ่าของที่นี่อบด้วยเตาหินทำให้แป้งฟูกรอบ! อะโวคาโดนิ่มๆ และเนื้อเค็มๆ ของแฮมสดนั้นเข้ากันได้ดีมาก เนื้อพิซซ่าค่อนข้างเบาและไม่หนักท้องมากเลยทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนได้ทานสลัดที่เป็นพิซซ่า สำหรับเมนูพิซซ่าแล้วของร้านนี้มีอยู่ทั้งหมด 9 เมนูด้วยกันและเปลี่ยนไปทุกๆ วัน รวมไปถึงมีของหวานสำหรับทานกับพิซซ่าที่นับได้ว่าหลากหลายมาก! ที่สำคัญยังสามารถสั่งกลับบ้านได้ด้วย

หมูฮิดะย่างเตาหิน ☆ เป็นเมนูที่ยังคงติดอยู่บนป้ายเมนูของร้านนี้ตั้งแต่เปิดครั้งแรก! เพราะหมูของที่นี่ถูกอบด้วยอุณหภูมิถึง 350 องศาจึงทำให้เนื้อชุ่มฉ่ำ ขอบกรอบเคี้ยวสนุกและมีรสชาติอร่อย เนื้ออบของร้านนี้มีเนื้อสัมผัสที่เอื้อต่อการเคี้ยวมากและยังไม่ใช่เท่านี้ เพราะนอกเหนือจากเมนูเนื้ออบและย่างมากมายนั้นยังมีผักอีกหลากหลายชนิดที่เหมาะกับคุณผู้หญิงทั้งหลาย

สถานที่ตั้ง : 〒600-8217 174 Higashisakai-cho Shichizyou Karasuma Nishi Hairu Higashisakai-cho Shimogyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : เดินเท้า 6 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 17:00 〜 01:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : ร้านเซ็นโตร (Centro)

Map :


3. ร้านมาสุทานิ เกียวโตราเม็ง สาขาโคจิ (Masutani Kyoto Ramen Kouji Branch)

ร้านมาสุทานิ เกียวโตราเม็ง สาขาโคจิ (Masutani Kyoto Ramen Kouji Branch)

ที่นี่ ร้านมาสุทานิ เกียวโตราเม็ง เป็นร้านดังเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาแล้วกว่า 70 ปี โดยบริการโดยการส่งต่อให้คนในครอบครัวมารุ่นสู่รุ่น ซึ่งตอนนี้ก็เข้ามาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว ที่ร้านมีเมนูราเม็งเกียวโตให้เลือกหลากหลายแต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้คือ ซุปที่เรียกกันว่าเป็น “ซุป 3 ชั้น” ชั้นบนสุดเป็นซูปที่มีรสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้น ชั้นที่สองเป็นซุปที่ทำจากซอสแสนอร่อยที่ซ่อนอยู่ใต้ซุปชั้นแรกได้อย่างไม่น่าเชื่อ และชั้นสุดท้ายนั้นเป็นซุปที่มีรสเผ็ด กลายเป็นว่าการมาเพื่อทานซุปนั้นนับเป็นจุดประสงค์หลักของกาารมาที่ร้านนี้เลยก็ว่าได้

มากไปกว่านั้นซุปชั้นบนสุดยังมีหน้าที่ช่วยกักความร้อนของบะหมี่เอาไว้ไม่ให้ระเหยออกเร็วเกินไปด้วย และยังเป็นตัวช่วยรักษารสชาติที่อร่อยกลมกล่อมของอาหารเอาไว้ให้อยู่นานที่สุด และแน่นอนว่าองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้เลยของบะหมี่เกียวโตคือ “ต้นหอมคุโจ” นั่นเอง ทางร้านเลยจัดความลงตัวของต้นหอมคุโจลงไปในซุปทั้งสามชั้นให้มีความโดดเด่นขึ้นมาด้วย นั่นทำให้รสชาติของซุปแต่ละชั้นยิ่งโดดเด่นด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของมันเอง จนคุณจะต้องประหลาดใจและประทับใจไปพร้อมกัน เส้นบะหมี่เป็นเส้นแบบยาวและเส้นเล็กซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับซุปทั้งสามชั้นในชาม

สถานที่ตั้ง : 〒600-8216 10F Kyoto station building 901 Karasuma-dori Shiokouji Sagaru Shiokouji-cho Shimogyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : เดินเท้า 1 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 ~ 19:00 น. / ปิดวันจันทร์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : ร้านมาสุทานิ เกียวโตราเม็ง สาขาโคจิ (Masutani Kyoto Ramen Kouji Branch)

Map :


4. ร้านฮานามารุ คุชิคาสึ เซย์โซโช (Hanamaru Kushikatsu Seizousyo)

ร้านฮานามารุ คุชิคาสึ เซย์โซโช (Hanamaru Kushikatsu Seizousyo)

จากที่จินตนาการถึงร้านคุชิคาสึที่โอซาก้ากับร้านคุชิสึกิที่นี่แล้ว ทั้งสองร้านไม่ได้เหมือกนันเสียทีเดียวแต่ที่ทั้งสองที่มีเหมือนกันก็คือชื่อเสียงอันโด่งดัง โดยความโดดเด่นของร้านคุสึคาชิทั้งสองที่นั้นก็คือ ความหรูหราไฮคลาสที่เป็นคอนเซ็ปของร้านนั่นเอง จะหาได้กี่ร้านในโอซาก้าที่รินเบียร์ให้ไปพร้อมๆ กับที่คุณกำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยแถมยังราคาไม่แพงอีก… ใช่ไหม? มีเคาน์เตอร์ที่ดูทันสมัยอยู่ที่ร้านและคุณสามารถมาทานและดื่มกุทสึริที่นี่ได้ด้วย! เพราะงั้นที่นี่ถึงเป็นร้านระดับพรีเมี่ยมอย่างที่เราได้บอกไป เสน่ห์ดึงดูดของที่นี่ก็คือราคาที่ถูกเอามากๆ ทุกอย่างที่เป็นเมนูของคุชิคาสึอยู่ที่ 80 เยนเท่านั้นเอง! แม้จะเป็นในโอซาก้าเองฉันว่าก็ยังหาที่ราคา 80 เยนเยอะขนาดนี้ไม่ได้ก็เลยตื่นเต้นมากๆ เมนูที่ร้านเองก็หลากหลายมากเพราะงั้นเลยได้กินอาหารจากร้านคุชิคาสึเยอะมาก

สถานที่ตั้ง : 〒600-8308 140-3 Atarashiu-cho Shimogyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : เดินเท้า 4 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 17:00 〜 03:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : ร้านฮานามารุ คุชิคาสึ เซย์โซโช (Hanamaru Kushikatsu Seizousyo)

Map :


 

ที่ดื่ม (DRINK & CAFE)

ขาดื่มแลผู้ใดที่ชอบทานของหวานแบบ Sweet Sweet แนะนำเข้ามาตรงนี้เลยนะขอรับ! ^0^ เพราะร้านที่จะกล่าวถึงนี้เหมาะสำหรับนักดื่มและคนที่ชอบทานของหวานๆ อร่อยๆ มาก (กอไก่หลายตัว ฮึฮึ..) หลังเที่ยวกันแบบสนุกสุดเหวี่ยงแล้วหากคุณต้องการพักผ่อนคลายหรือเติมพลัง ที่นี่น่าจะช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

5. ร้านซาเรียว สึจิริ (Saryo Tsujiri)

ร้านซาเรียว สึจิริ (Saryo Tsujiri) 1

ร้านซาเรียว สึจิริ ก่อตั้งขึ้นในปี 1978 (ปีวะที่ 53) โดยแต่เดิมเคยเป็นโรงน้ำชาที่กิองสึชิอุจิมาก่อน ซึ่งผู้คนต่างก็คุ้นเคยกับการเข้ามาดื่มชาที่ร้านนี้และถือว่าเป็นชาต้นตำหรับ ซึ่งยังมีการสาธิตขั้นตอนการชงชาแบบญี่ปุ่นอย่างละเอียดรวมไปถึงวิธีการดื่มชาญี่ปุ่นที่ถูกต้องด้วย โดยโรงน้ำชานี้มีชื่อว่า “สึจิริ” ซึ่งมาจากตัวอักษรของสามสถานที่คือทางการของกิอง, ถนนชิโจโอโดริและโรงน้ำชา (อูจิ) แน่นอนว่าที่ร้านมีชาอูจิที่เป็นเมนูแนะนำและคุณจะพลาดไม่ได้ แต่ก็ยังมีเมนูต่างๆ อีกมากมายที่คุณจะสามารถนั่งทานได้ชิลๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรับอากาศบริสุทธิ์ขิงเกียวโตและกิอง

สถานที่ตั้ง : 〒600-8555 6F JR Kyoto Isetan Karasuma-dori Shiokouji Sagaru Shiokouji-cho Shimogyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : เดินเท้า 2 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 〜 20:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : ร้านซาเรียว สึจิริ (Saryo Tsujiri)

Map :


6. ร้านเฮ็นโคทสึ (Henkotsu)

ร้านเฮ็นโคทสึ (Henkotsu)

ร้านนี้เป็นร้านโอเด้งเก่าแก่ที่มีมาแล้วกว่า 50 ปีโดยยังคงความดั้งเดิมด้วยการปรุงฮัตโฉะมิโซะด้วยการใช้หม้อใบใหญ่ โดยร้านนี้ได้กลายเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าผู้รักการดื่มทั้งหลายอย่างพนักงานเงินเดือน และเพราะว่าร้านนี้อยู่ใกล้กับสถานี ในวันธรรมดาจึงยังมีลูกค้าแวะเวียนมาที่ร้านเป็นจำนวนมาก ที่ร้านมีแต่โอเด้งขายแค่อย่างเดียวโดยมีโอเด้ง, ทิล, สึจินิคุ, ของทอดแช่ในซอส, ตับและสึเคะโมโนะ โอเด้งสามารถสั่งที่เป็นเต้าหู้, หน่อไม้, โกโบเท็น, จิกุวะ, คนยะกุ, มันฝรั่งและเต้าหู้ทอด และที่พิเศษของร้านนี้เท่านั้นคือของทอดแช่ซอสที่พูดถึงไป “ของทอด” ของที่นี่เป็นการทอดแบบ Deep Fire ที่เน้นการทอดในน้ำมันปริมาณมากและดึงขึ้นมาจากก้นกระทะ

ร้านนี้มีหม้อมิโซะขนาดใหญ่ที่สามารถดึงความอร่อยของเหล่าเนื้อที่แช่อยู่ออกมาได้อย่างเต็มที่ ปกติแล้วรสชาติของซุปจะออกเข้มเพราะอย่างนั้นเลยจะทำให้คุณทานได้ไม่เยอะเท่าไหร่ และมันจะให้อารมณ์ว่าอยากจะทานคู่ไปกับข้าวสวยแต่ที่ร้านดันไม่มีข้าวหรือเส้นบะหมี่อะไรให้เลย เพราะเหมือนอยากจะคงคอนเซ็ปที่ขายแต่โอเด้งเอาไว้ เพราะงั้นเลยอยากจะแนะนำสำหรับคนที่อยากจะเข้าไปหาอะไรดื่มเบาๆ แถวสถานีมากกว่า

สถานที่ตั้ง : 〒600-8216 579 Higashishiokouji-cho Kiduyabashi-dori Karasuma Nishi Hairu Shimogyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : เดินเท้า 1 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 17:00 〜 23:00 น. / ปิดวันอาทิตย์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : ร้านเฮ็นโคทสึ (Henkotsu)

Map :


 

ที่เที่ยว (TRAVEL)

ปิดท้ายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแล้วกันนะครับ สถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตนั้นมีหลายแห่งที่เป็นโด่งดังและมีชื่อเสียง อย่างเช่น วัด ศาลเจ้า ออนเซ็น หรือแม้กระทั่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายๆ ที่ เดี่ยวเราจะหยิบมานำเสนอในเวลาต่อไปนะครับ หลายคนอาจจะเคยไปมาแล้ว แต่เชื่อว่าอีกหลายคนน่าจะมีแพลนสำหรับการท่องเที่ยวในเกียวโตในปีนี้หรือในเวลาอันใกล้นี้ ครั้งนี้เราจะแนะนำวัดดังและวัดที่มีชื่อเสียงเป็นอัดับต้นๆ ของเกียวโต แต่ที่น่าสนใจคือเป็นวัดที่คุณสามารถเดินทางไปได้ไม่ยุ่งยากอย่างแน่นอน เพราะอยู่ใกล้กับสถานีเกียวโต (Kyoto Station) มากกก.. ^.^

7. วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือวัดทอง

วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือวัดทอง

หลายคนน่าจะรู้จักและเคยเดินทางไปเที่ยวที่วัดแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าอีกหลายคนก็ยังไม่เคยแวะเวียนไปเช่นเดียวกัน วัดนี้เป็นวัดดัง วัดที่มีชื่อเสียงมานานมากแล้วครับ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เมื่อเดินทางมาที่เกียวโตน่าจะมาที่วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ครับ

วัดคินคะคุจิ นับเป็นวัดสำคัญของเกียวโตโดยมีอีกชื่อหนึ่งคือ “วัดโรคุองจิ” วัดแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 โดยวัดนี้แต่เดิมสร้างเพื่อใช้เป็นบ้านพักของท่านโชกุนอาชิกางะ โยชิมิสุ โชกุนที่ปกครองสมัยนั้น ภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต หลานชายของท่านได้เปลี่ยนจากที่พำนักเป็นวัดนิกายเซนที่กำลังเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาในยุคนั้น (นิกายเซนคือนิกายหนึ่งของพุทธศาสนาที่เน้นการฝึกสมาธิและวิธีควบคุมจิตใจให้นิ่งและบริสุทธิ์) พลับพลาสีทองที่ส่องสว่างนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเกียวโต วัดแห่งนี้ถูกไฟสงครามและความวุ่นวายต่าง ๆ เผาไปหลายต่อหลายครั้งและเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังถูกลอบวางเพลิงอีกด้วย แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้นักเขียนชื่อ ยูกิโอะ มิชิมะ นำไปเขียนเป็นนวนิยายชื่อ “Kinkaku-ji” (วิหารแห่งพลับพลาสีทอง) จนโด่งดัง และวัดทองอันเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โด่งดังมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่นนี้ ยังได้รับการยอมรับจากยูเนสโกว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

“วัดคินคะคุจิ หรือวัดทอง” เป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีความสูง 12.5 เมตร ชั้นที่ 2 และ 3 ปิดด้วยทองคำเปลวเรียกว่า “Shari-den” เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ตัวอารามถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1950 อาคารที่เห็นปัจจุบันได้ซ่อมแซมใหม่ในปี ค.ศ.1955 ส่วนที่เป็นทองที่เห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะเมื่อปี ค.ศ. 1987 ใช้แผ่นทองคำเปลวทั้งหมด 2 แสนแผ่น ซึ่งมีน้ำหนักถึง 20 กิโลกรัม

สถานที่ตั้ง :〒603-8361  1 Kinkakuji-cho Kita-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : นั่งรถบัส 40 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 ~ 17:00 น. ค่าผ่านประตู ผู้ใหญ่ : 400 เยน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือวัดทอง

Map :


8. วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple) หรือ วัดน้ำใส

วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple)

วัดคิโยมิซุ หรือที่ชาวไทยและนักเดินทางส่วนมากเรียกกันคือ “วัดน้ำใส” นั่นเองครับ วัดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในอันดับต้นๆ ของคนไทยที่นิยมเข้ามาเที่ยวสักการะบูชาครับ เป็นวัดยอดนิยมที่มีจุดชมวิวที่โดดเด่นและสวยงามมาก และยิ่งหากใครเข้ามาเยี่ยมชมในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหรือช่วงซากุระบานแล้วหละก็ รับรองว่าการท่องเที่ยวในครั้งนี้ของคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple) หรือ วัดน้ำใส เป็นวัดที่นิยมมากที่สุดในเกียวโตและเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของคนญี่ปุ่น ระเบียงของกระท่อมยื่นออกมาจากด้านข้างของภูเขารองรับเสาไม้สูง 13 เมตร ห้องโถงใหญ่ที่มีปีกนกรูปแบบฮิป-เชพที่โดดเด่นตั้งอยู่ด้านหลังของระเบียงและภายในบ้าน ซึ่งประดับด้วยรูปปั้นอันล้ำค่าของโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม เทพธิดาแห่งความเมตตา จากระเบียงท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามทางทิศตะวันตกของเมืองเกียวโต นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกเป็นอย่างยิ่ง

สถานที่ตั้ง :〒605-0862  294 Shimizu Icchome Higashiyama-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง :นั่งรถบัส 15 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด :เปิด 6:00 น .- 18:00 น. ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ 300 เยน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple) หรือ วัดน้ำใส

Map :


9. วัดกินคะคุจิ (Ginkaku-ji Temple) หรือวัดเงิน

วัดกินคาคุจิ (Ginkaku-ji)

นอกจากใครที่เข้ามาที่ วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือวัดทอง แล้ววัดเงินหรือวัดกินคะคุจิ ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ต้องเข้ามาเยี่ยมชมให้ได้ เพราะถ้ามาที่วัดเงินแล้วหลายคนก็บอกว่าต้องไปที่วัดทองด้วยซิ!

วัดจิโชจิ หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ วัดกินคะคุจิ (วัดแห่งพลับพลาสีเงิน หรือวัดเงิน) เป็นวัดที่สง่างามตั้งอยู่ในบริเวณที่สวยงามที่เชิงภูเขาทางตะวันออกของเมืองเกียวโต บริเวณดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมภูมิทัศน์ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะนั่งบนบันไดข้างสวนทรายแสนสวยกว้าง 2 เมตร หรือเดินเล่นตามเส้นทางเพื่อสัมผัสความแวววาวสวยงามของศาลา จะหันไปทางไหนก็จะทำให้คุณได้ตระหนักถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่น่าประทับใจ เดิมทีที่นี่ได้รับการออกแบบให้เป็นศาลาที่อยู่อาศัยภายหลังการเกษียณอายุของโชกุน Ashikaga Yoshimasa (1436-1490) ในยุค Muromachi (1338 – 1573) วัดกินคะคุจิเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เข้าคู่กันกับวัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือวัดทอง (พลับพลาสีทอง) ถึงอย่างนั้นวัดกินคะคุจิก็ยังไม่เคยถูกเคลือบด้วยสีเงิน และตัวอาคารวัดหลักก็ยังคงเป็นสีน้ำตาลที่ไม่ทาสี/p>

สถานที่ตั้ง : 〒606-8402  2 Ginkakuji-cho Sakyo-ku Kyoto City Kyoto Prefecture
การเดินทาง : นั่งรถบัส 30 นาทีจาก Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด : 8:30 ~ 17:00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : วัดกินคะคุจิ (Ginkaku-ji Temple) หรือวัดเงิน

Map :


10. วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)

วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)

วัดเรียวอันจิ เป็นวัดที่มีสวนเซ็นที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น สร้างด้วยรูปแบบสวนคาเระ-ซันซุย (สวนที่ไม่มีน้ำ) วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1450 โดย คาซึโมโตะ โฮโซคาวะซึ่งภายในนั้นประกอบไปด้วยสวนไม้และบ่อน้ำ มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเข้าชมสวนหินหลัก โดยเป็นสวนแบบสี่เปลี่ยนผืนผ้าภายในปูด้วยกรวดและมีกลุ่มของก้อนหินน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายกันอยู่ประมาณ 15 กอง ว่ากันว่ามีแต่หิน 14 กองเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ในวัดจนพระพุทธเจ้าบรรลุการตรัสรู้จึงมีหินกองที่ 15 ปรากฎขึ้น

มีเรื่องเล่าต่างๆ ของการวางหินที่ถูกแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ 5, 2, 3, 2, 3 แต่ไม่มีใครรู้ความหมายจริงๆ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่เสด็จเยือนญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1975 ทรงชื่นชมสวนนี้ และชื่อของวัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple) ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

กำแพงทั้งหมดของวัดเรียวอันจินั้นเข้าใจว่าเป็นโคอันหรือ Zen riddle ที่ซ่อนความหมายต่าง ๆ เอาไว้ เรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้อีกก็คือทางเข้าทางด้านซ้ายของวัดถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 และยังเป็นขนาดเดิมเมื่อครั้งยังใช้เป็นประตูทางเข้าที่พักของตระกูลฟุจิวาระ ที่นี่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เหมาะกับการมาเที่ยวชมและพักผ่อนหย่อนใจ

สถานที่ตั้ง : 〒616-8001  13 Ryoanji Goryonoshitacho Ukyo-ku Kyoto city Kyoto Prefecture
การเดินทาง : โดยสารรถบัส 40 นาทีจาก JR Kyoto station
เวลาเปิด-ปิด : 8:00 ~ 17:00 น.

ดูรายละเอียดเเพิ่ม : วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)

Map :


เป็นไงล่ะครับ เป็นทริปที่เรียกได้ว่าครบครันเลยทีเดียวเดินทางมาแค่สถานีเดียวเที่ยวได้หลายที่เลยใช่ไหมครับ เที่ยววัดที่มีชื่อเสียงในเกียวโต ร้านดังร้านอร่อยของเกียวโต ไปจนถึงเรื่องของหวานหรือร้านนั่งดื่มชิลๆ บอกได้เลยว่า “เที่ยว-กิน-ดื่ม Perfect!” ครับ ^0^ และที่แนะนำก็เพราะว่าเดินทางไม่ไกลจากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) ครับ เอาเป็นว่าใครที่มีแพลนสำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่เกียวโตก็นำไปพิจารณาดูนะครับ ครั้งต่อไปเราจะรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่ไหนมาแนะนำก็อย่าลืมติดตามด้วยนะครับ

ชอบบทความนี้ ช่วยแชร์ให้เราด้วยน๊าา.. ^-^

Tag :

RANKING


TREND


FAMOUS


RELATED POST


Previous

Next


แสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลยน๊า...


- MAY YOU ALSO LIKE THIS -


รับสมัครจดหมายข่าว

กรุณาระบุอีเมลเพื่อลงทะเบียนรับจดหมายอัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนใครได้แล้วตอนนี้!